ผมหยิกหยักศกต้องดูแลยังไง ? บทความนี้มีคำตอบ
ผมหยิกหยักศก เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทำให้หลายคนดูโดดเด่น แต่ในขณะเดียวกันก็มีความยากเฉพาะตัวในการดูแล ด้วยเส้นผมที่บิดเกลียวทำให้เกล็ดผมเปิดออกได้ง่าย น้ำมันตามธรรมชาติจากหนังศีรษะเดินทางไปหล่อเลี้ยงตลอดความยาวเส้นผมได้ยากกว่า นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้ผมหยิกมักจะแห้ง ขาดความชุ่มชื้น ชี้ฟู และจัดทรงได้ยาก อย่างไรก็ดี ปัญหาเหล่านี้สามารถจัดการได้ด้วยความเข้าใจในธรรมชาติของเส้นผมและเทคนิคการดูแลที่ถูกต้อง บทความนี้คือคู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับดูแลผมหยักศก เปลี่ยนผมหยิกที่เคยชี้ฟูให้กลายเป็นลอนสวยสุขภาพดี มีน้ำหนัก และเปล่งประกายอย่างที่คุณต้องการ

ทำความเข้าใจโครงสร้างผมหยิกหยักศก
กุญแจสำคัญในการดูแลผมหยิกคือการเข้าใจว่า “ผมหยักศกเป็นยังไง ?” และ “ทำไมผมถึงแห้งง่าย ?” ซึ่งคำตอบทั้งหมดเริ่มต้นที่ระดับโครงสร้างของเส้นผม ดังนี้
1. รูขุมขน
ความแตกต่างเริ่มต้นตั้งแต่ใต้หนังศีรษะ รูปร่างของรูขุมขน (Follicle) เป็นตัวกำหนดลักษณะเส้นผม
- ผมตรง : มีรูขุมขนทรงกลม ทำให้เส้นผมที่งอกออกมาตั้งตรง
- ผมหยิก/หยักศก :ลักษณะผมหยักศกจะมีรูขุมขนรูปทรงรี หรือรูปไข่ ทำให้เส้นผมที่งอกออกมามีความโค้งงอ ยิ่งรูขุมขนแบนรีมากเท่าไร ผมก็จะยิ่งหยิกมากขึ้น
2. เกล็ดผม
เส้นผมของเรามีเปลือกนอกที่เรียกว่า เกล็ดผม (Cuticle) ซึ่งเรียงซ้อนกันเหมือนเกล็ดปลา ทำหน้าที่ปกป้องเนื้อผมด้านในและกักเก็บความชุ่มชื้น
- ในผมตรง เกล็ดผมจะนอนราบเรียบ ทำให้ผมดูเงางามและสะท้อนแสงได้ดี
- ขณะที่เกล็ดผมในผมหยิกหยักศกนั้น จะถูก “ยก” หรือ “เปิด” ออกตามธรรมชาติ ณ บริเวณทุกจุดที่เส้นผมมีการหักงอหรือบิดตัว (เรียกว่า ‘Curl Pattern’) เมื่อเกล็ดผมเปิดออก ความชุ่มชื้นจึงระเหยออกจากเส้นผมได้ง่าย และในขณะเดียวกันความชื้นจากภายนอก เช่น อากาศชื้น ก็สามารถแทรกเข้าไปได้ง่ายเช่นกัน ดังนั้น อาการ “ผมชี้ฟู” (Frizz) ในผมหยักศกจึงเกิดจากสาเหตุหลักเหล่านี้ และยังทำให้เส้นผมเปราะบาง พันกันง่ายกว่าปกติ
3. การกระจายตัวของน้ำมัน
หนังศีรษะของเราผลิตน้ำมันตามธรรมชาติที่เรียกว่า ซีบัม (Sebum) ซึ่งทำหน้าที่เป็นครีมนวดผมธรรมชาติที่ดีที่สุด ช่วยเคลือบเส้นผมให้ความชุ่มชื้นและปกป้องเกล็ดผม
- ในผมตรง ซีบัมสามารถเดินทางจากโคนผมไปยังปลายผมได้อย่างง่ายดาย
- ในผมหยิก การเดินทางของซีบัมนั้นยากลำบาก เปรียบเสมือนการเดินทางลงบันไดวนที่ชันและมีโค้งหักศอกมากมาย ทำให้ซีบัมไม่สามารถเดินทางไปถึงปลายผมได้สะดวก
ผลลัพธ์คือคนผมหยิกหยักศกมักประสบปัญหาสองด้าน คือหนังศีรษะมัน (เพราะน้ำมันไปกองอยู่ที่โคน) แต่ปลายผมกลับแห้งมาก และเป็นเหตุผลว่าทำไมผมหยิกจึงต้องการความชุ่มชื้นจากภายนอกมากกว่าผมตรงอย่างมาก
การสระและบำรุงผมหยักศก
เมื่อเข้าใจแล้วว่าลักษณะผมหยักศกมีแนวโน้มที่จะแห้งและเปราะบาง จึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีสระผมใหม่ทั้งหมด เป้าหมายคือ “ทำความสะอาดหนังศีรษะ แต่กักเก็บความชุ่มชื้นในเส้นผม” โดยสามารถทำตามขั้นตอนดังนี้
1. การเตรียมผมก่อนสระ
“Pre-Poo” หรือ “Pre-Shampoo” คือ การปกป้องเส้นผมก่อนที่จะโดนแชมพู เนื่องจากแชมพู (แม้จะเป็นสูตรอ่อนโยน) ก็ยังมีสารทำความสะอาดที่อาจดึงเอาน้ำมันธรรมชาติที่เหลืออยู่น้อยนิดบริเวณปลายผมออกไป
วิธีทำ : ก่อนสระผม 15-30 นาที ชโลมน้ำมัน (เช่น น้ำมันมะพร้าว, น้ำมันมะกอก, หรือน้ำมันอาร์แกน) หรือครีมนวดผมสูตรบางเบาลงบนเส้นผมช่วงกลางถึงปลายผม โดยเว้นบริเวณโคนผมไว้ ขั้นตอนนี้จะช่วยสร้างเกราะป้องกัน ไม่ให้ผมสูญเสียความชุ่มชื้นมากเกินไประหว่างสระ
2. เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ใช่
ผมหยิกไม่จำเป็นต้องสระผมบ่อยเท่าผมตรง ตรงกันข้าม การสระผมบ่อยเกินไปคือศัตรูตัวฉกาจของลอนผม โดยสิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะกับสภาพเส้นผม
- Sulfate-Free Shampoo : เลือกใช้แชมพูที่ปราศจากสารซัลเฟต (Sulfate-Free) เช่น SLS หรือ SLES ซึ่งเป็นสารทำความสะอาดที่รุนแรงและดึงความชุ่มชื้นออกจากผมมากเกินไป
- Co-Washing : สำหรับผู้ที่มีผมแห้งมากหรือหยิกแบบ Coily การทำ “Co-Wash” (Conditioner-Washing) หรือการใช้ครีมนวดผมสระแทนแชมพูในบางครั้ง จะช่วยทำความสะอาดอย่างอ่อนโยนที่สุด โดยไม่รบกวนความชุ่มชื้นของเส้นผม
- เทคนิค : เน้นการนวดแชมพูที่ “หนังศีรษะ” เท่านั้น ไม่จำเป็นต้องนำแชมพูไปขยี้ที่ปลายผมโดยตรง ปล่อยให้น้ำแชมพูที่ไหลผ่านตอนล้างออก ทำความสะอาดปลายผมก็เพียงพอแล้ว
3. เทคนิคการลงครีมนวดผม
นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการดูแลผมหยักศก เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้แก่เส้นผม
- ปริมาณ : ใช้ในปริมาณที่ “เยอะ” กว่าปริมาณที่แนะนำสำหรับคนผมตรง (ประมาณหนึ่งอุ้งมือ) เนื่องจากผมหยิกหยักศกต้องการความชุ่มชื้นมาก
- Detangling : สางผม “เฉพาะ” ตอนที่ผมเปียกและชุ่มไปด้วยครีมนวดผมเท่านั้น ห้ามสางผมตอนแห้งเด็ดขาด แนะนำให้ใช้หวีซี่ห่าง หรือนิ้วมือ ค่อย ๆ สางจาก “ปลายผม” ขึ้นไปหา “โคนผม” เพื่อลดการขาดร่วง
- Squish to Condish (S2C) : เทคนิคสำคัญในการ “ผลัก” ความชุ่มชื้นเข้าสู่เกล็ดผม หลังจากลงครีมนวดแล้ว ให้ก้มศีรษะลง เติมน้ำใส่อุ้งมือเล็กน้อย แล้ว “ขยำ” ผมขึ้นไปหาหนังศีรษะ ทำซ้ำ ๆ คุณจะได้ยินเสียง “Squish” เบา ๆ นั่นคือสัญญาณว่าน้ำและครีมนวดกำลังซึมเข้าสู่เส้นผมอย่างเต็มที่
H3: 4. การซับผมหลังสระ
ห้ามใช้ผ้าขนหนูแบบปกติเด็ดขาด เพราะผ้าขนหนูทั่วไปมีขนที่หยาบและดูดซับน้ำมากเกินไป การเสียดสีจะทำให้เกล็ดผมเปิดและเกิดอาการชี้ฟูทันที
- เปลี่ยนผ้า : ใช้ “ผ้าไมโครไฟเบอร์” หรือ “เสื้อยืดผ้าฝ้าย” เก่า ๆ แทน
เทคนิค : ห้าม “ถู” หรือ “ขยี้” ผม ให้ใช้ผ้าค่อย ๆ “ซับ” หรือ “ขยำ” เบา ๆ เพื่อซับน้ำส่วนเกินออก หรือใช้วิธี “Plop” (การม้วนผมไว้ในเสื้อยืด) เพื่อช่วยเซตลอนและซับน้ำไปพร้อมกัน

การจัดแต่งทรงเพื่อลอนผมที่สมบูรณ์แบบ
การจัดแต่งทรงผมหยิกหยักศกควรทำในขณะที่ “ผมยังเปียกชุ่ม” เพื่อล็อกความชุ่มชื้นและกำหนดรูปร่างของลอนผมก่อนที่จะเริ่มแห้งและชี้ฟู
1. การลงผลิตภัณฑ์แบบ Layering (L.O.C/L.C.O Method)
ผมหยิกหยักศกต้องการผลิตภัณฑ์หลายชั้น เพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นและเซตลอน วิธีที่นิยมที่สุดคือ L.O.C หรือ L.C.O
- L = Liquid/Leave-in : ขั้นตอนแรกคือการเติมน้ำหรือความชุ่มชื้นอาจเป็นน้ำเปล่า (จากผมที่เพิ่งสระ) หรือลีฟอินคอนดิชันเนอร์ (Leave-in Conditioner) เพื่อเตรียมผม
- O = Oil : ขั้นตอนที่สองคือการใช้ “น้ำมัน” เพื่อ “ซีล” หรือ “ปิด” เกล็ดผม กักเก็บความชุ่มชื้นจากขั้นตอนที่ L ไว้ไม่ให้ระเหยออกไป
- C = Cream/Curl Cream : ขั้นตอนที่สามคือการใช้ “ครีม” (Cream) หรือเจล เพื่อช่วยในการ “จัดทรง” (Define) และให้ลอนผมคงรูปอยู่ทรง
หมายเหตุ: ลำดับอาจสลับเป็น L.C.O (Leave-in > Cream > Oil) ได้ ขึ้นอยู่กับความพรุนของเส้นผม หากผมคุณดูดซับผลิตภัณฑ์ได้ยาก การใช้น้ำมันปิดท้ายอาจดีกว่า
2. เทคนิคการใช้ผลิตภัณฑ์
- Praying Hands : เทคนิค “มือประกบ” โดยถูผลิตภัณฑ์บนฝ่ามือ แล้วประกบฝ่ามือทั้งสองข้างเข้ากับปอยผม ลูบจากบนลงล่าง วิธีนี้ช่วยเคลือบผลิตภัณฑ์ได้ทั่วถึงและทำให้เกล็ดผมเรียบ
- Raking : ใช้นิ้วมือที่ชะโลมผลิตภัณฑ์สางผ่านเส้นผม เพื่อให้ผลิตภัณฑ์กระจายตัวและแยกปอยผม
- Scrunching : “ขยำ” ผมจากปลายขึ้นหาโคน เพื่อกระตุ้นให้เกิดลอนตามธรรมชาติ
3. การทำให้ผมแห้ง
- Air Dry (เป่าลมเย็น) : การปล่อยให้ผมแห้งเองตามธรรมชาติ (หรือใช้พัดลมเป่า) เป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่ใช้เวลานาน ดังนั้น สามารถทดแทนด้วยการเป่าลมเย็นได้ ทว่า ข้อสำคัญคือห้ามจับเส้นผมระหว่างที่ผมกำลังแห้งโดยเด็ดขาดเพราะจะทำให้ลอนแตกและฟู
4. Scrunch Out The Crunch (S.O.T.C.)
เมื่อผมแห้งสนิทแล้ว ให้ทำ S.O.T.C. (Scrunch Out The Crunch) โดยใช้ฝ่ามือแห้ง ๆ หรือหยดออยล์เบา ๆ 1-2 หยดบนฝ่ามือ แล้วค่อย ๆ ขยำเส้นผมอย่างช้า ๆ ผลลัพธ์ที่ได้คือลอนผมที่นุ่มนวล เป็นธรรมชาติ แต่ยังคงอยู่ทรงสวยงาม
การดูแลผมหยักศกให้มีสุขภาพดี คือหัวใจสำคัญของการมีลอนผมที่สวยงามและมีวอลูม แต่สำหรับบางท่านที่ทำตามเคล็ดลับทั้งหมดแล้วยังรู้สึกว่าผมโดยรวมดูไม่หนาแน่นเท่าที่ควร หรือสังเกตเห็นว่าแนวผมด้านหน้าเริ่มดูกว้างขึ้นจนทำให้จัดทรงได้ยาก ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่การดูแลเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นสัญญาณของภาวะผมบางที่ซ่อนอยู่ การฟื้นฟูเส้นผมให้กลับมาหนาแน่นคือการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ
ที่ Grow & Glow Clinicคลินิกให้บริการปลูกผมและรักษาผมบาง เราเข้าใจดีว่าพื้นฐานของทรงผมที่สวยงามมาจากสุขภาพหนังศีรษะและรากผมที่แข็งแรง ทุกเคสดูแลโดยแพทย์หญิงภัทรา ภิญโญภาวศุทธิ (หมอเบนซ์) แพทย์ชำนาญการด้านการปลูกผม (Hair Restoration Surgery) ที่ได้รับการรับรองจากสถาบันปลูกผมระดับนานาชาติ ซึ่งจะช่วยประเมินและออกแบบการรักษาที่ตรงจุด เพื่อเติมเต็มความหนาแน่นให้ลอนผมของคุณกลับมาสวยสมบูรณ์และมีชีวิตชีวาอีกครั้ง กรอกฟอร์มวันนี้เพื่อรับคำปรึกษาออนไลน์กับคุณหมอ ฟรี สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ LINE: @clinicgrowandglow หรือโทร. 084-501-9989
ข้อมูลอ้างอิง
- 6 curly hair care tips from dermatologists. สืบค้นเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 จาก https://www.aad.org/public/everyday-care/hair-scalp-care/hair/curly-hair-care.
- Tips and Tricks for Curly Hair. สืบค้นเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 จาก https://www.healthline.com/health/how-to-take-care-of-curly-hair