อบไอน้ำผมช่วยอะไร ? เคล็ดลับฟื้นฟูผมแห้งเสียให้กลับมาเงางาม

แพทย์หญิงภัทรา ภิญโญภาวศุทธิ (หมอเบนซ์) - พ.ย. 19, 2025

การอบไอน้ำผม เป็นวิธีบำรุงล้ำลึกที่ช่วยเปิดเกล็ดผมให้สารอาหารซึมเข้าสู่แกนผมได้เต็มที่ ทำให้ผมเสียกลับมานุ่ม ชุ่มชื้น และมีน้ำหนัก อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตบริเวณหนังศีรษะ เสริมความแข็งแรงให้รากผมและลดปัญหาผมร่วง ควรทำทุก 1-2 สัปดาห์สำหรับผู้ที่มีผมเสียมาก หรือเดือนละ 1 ครั้งสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผมให้นุ่มสลวยสุขภาพดีอยู่เสมอ

อบไอน้ำผมช่วยอะไร ผมแห้ง ผมช็อต สามารถดูแลได้ไหม

ผมเสีย แห้งกร้าน ชี้ฟู ดูขาดชีวิตชีวา… นี่คือปัญหาคลาสสิกที่คนรักผมต้องเจออยู่เสมอ ซึ่งการดูแลด้วยวิธีสระผมและใช้ครีมนวดอาจไม่เพียงพอต่อการฟื้นฟูอย่างล้ำลึก ทำให้หลายคนหันไปพึ่งพาวิธีบำรุงที่เข้มข้นกว่า และหนึ่งในทางออกที่พิสูจน์แล้วว่าช่วยปลุกชีพเส้นผมให้กลับมานุ่มสลวยได้จริง นั่นคือ “การอบไอน้ำผม” พร้อมแนะนำข้อดี ช่วยอะไรเส้นผมได้บ้าง ? ควรทำอาทิตย์ละกี่ครั้ง ? และสามารถทำได้ด้วยตัวเองอย่างไร ? ทั้งนี้ เพื่อให้คุณสามารถดูแลเส้นผมในชีวิตประจำวันได้ 

การอบไอน้ำผม คืออะไร ?

การอบไอน้ำผม คือ กระบวนการดูแลเส้นผมโดยใช้ความร้อนและความชื้นจากไอน้ำ โดยอุณหภูมิควรอยู่ที่ประมาณ 40-60 องศาเซลเซียส เพื่อเปิดเกล็ดผม (Hair Cuticles) ที่อยู่ชั้นนอกสุดของเส้นผม โดยการเปิดเกล็ดผมนี้เองที่เป็นหัวใจสำคัญ เพราะจะช่วยเปิดทางให้ผลิตภัณฑ์บำรุงผม เช่น ทรีตเมนต์ หรือครีมหมักผม สามารถซึมซาบเข้าสู่แกนผมด้านในได้อย่างล้ำลึกและเต็มที่กว่าการหมักผมแบบปกติ นอกจากนี้ ความร้อนยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตบริเวณหนังศีรษะ ซึ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพของรากผม ทำให้เส้นผมและหนังศีรษะมีสุขภาพที่แข็งแรงมากขึ้นในระยะยาว

ประเภทของการอบไอน้ำผม

การอบไอน้ำผมสามารถทำได้หลายวิธี ทั้งแบบมืออาชีพในร้านซาลอน ตลอดจนการอบไอน้ำที่สามารถทำได้แบบง่าย ๆ ที่บ้าน โดยจะมีหัวใจหลักเป็นอุปกรณ์ที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

ประโยชน์หลักของการอบไอน้ำผม ช่วยอะไรได้บ้าง ?

หลายคนอาจสงสัยว่าการเพิ่มขั้นตอนอบไอน้ำผม สามารถช่วยอะไรเส้นผมได้อีกบ้าง ที่แตกต่างจากการหมักผมทั่วไป คำตอบคือประโยชน์ที่ได้รับนั้นครอบคลุมและล้ำลึกกว่ามาก เพราะเข้าไปจัดการกับโครงสร้างของเส้นผมโดยตรง

เติมความชุ่มชื้นและฟื้นฟูผมเสีย

การอบไอน้ำช่วยเติมความชุ่มชื้นและฟื้นฟูผมเสียได้อย่างรวดเร็ว โดยความชื้นจากไอน้ำจะเข้าสู่เส้นผมโดยตรง ทำให้ผมที่แห้งกร้านจากการทำเคมีหรือความร้อนกลับมานุ่ม ชุ่มชื้น มีน้ำหนัก และมีความยืดหยุ่นสูงขึ้น พร้อมสร้างเกราะป้องกันไม่ให้ผมเปราะ ขาด หรือแตกปลายได้ง่าย

กระตุ้นการบำรุงอย่างล้ำลึกด้วยสารอาหาร

นี่คือคุณสมบัติเด่นที่สุดของวิธีการอบไอน้ำแก้ผมช็อต เพราะเมื่อเกล็ดผมเปิดออก จะเป็นช่วงเวลาที่เส้นผมได้รับการกระตุ้นเพื่อรับการบำรุงอย่างล้ำลึกด้วยสารอาหารทุกชนิดจากทรีตเมนต์ที่ลงบนเส้นผม ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน โปรตีน หรือน้ำมันบำรุงผม พร้อมซึมซาบเข้าสู่แกนผมได้อย่างเต็มที่ ทำให้เกิดการซ่อมแซมความเสียหายจากภายในอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผมแข็งแรงและมีสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ป้องกันปัญหาผมแห้ง แตกปลาย และชี้ฟู

การดูแลด้วยไอน้ำช่วยให้เส้นผมกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น ทำให้ผมมีน้ำหนัก และช่วยลดปัญหาผมแตกปลาย รวมถึงผมชี้ฟูได้ในระยะยาว เมื่อเกล็ดผมได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ ผมก็จะดูเรียบเนียน ไม่แห้งเสียง่าย ซึ่งเป็นการป้องกันปัญหาผมแห้ง แตกปลาย และชี้ฟูได้อย่างยอดเยี่ยม

เสริมสร้างสุขภาพหนังศีรษะ

ความร้อนและไอน้ำยังเป็นประโยชน์ต่อหนังศีรษะอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะช่วยทำความสะอาดรูขุมขนอย่างล้ำลึก กำจัดสิ่งสกปรกและไขมันที่อุดตันออกไป ทำให้หนังศีรษะมีสุขภาพดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างสุขภาพหนังศีรษะ และรากผมให้แข็งแรง ลดโอกาสการเกิดผมร่วงในอนาคต

การอบไอน้ำผมเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเส้นผมแบบใด ?

การอบไอน้ำผมไม่จำเป็นต้องรอให้ผมเสียถึงขีดสุด แต่เหมาะสำหรับทุกคนที่ต้องการยกระดับการบำรุงให้เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเคสเหล่านี้

ขั้นตอนและวิธีอบไอน้ำผมที่บ้าน

  1. ทำความสะอาดเส้นผม : สระผมให้สะอาดหมดจดด้วยแชมพูที่อ่อนโยน ปราศจาก Paraben, SLS, Diethanolamine (DEA) & Triethanolamine (TEA) และฟอร์มันดีไฮด์ จากนั้นให้ซับผมจนหมาดพอประมาณ อย่าให้ผมเปียกจนน้ำหยด
  2. ชโลมการบำรุง : ใช้ครีมหมักผมหรือทรีตเมนต์สูตรเข้มข้นให้ทั่วเส้นผม โดยเน้นจากกลางไปจนถึงปลายผม อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการลงทรีตเมนต์หนังศีรษะโดยตรง หากผลิตภัณฑ์นั้นไม่ได้ระบุว่าใช้กับหนังศีรษะได้
  3. อบไอน้ำ : สามารถทำได้ 2 วิธี โดยจะใช้อุปกรณ์ที่แตกต่างกัน ดังนี้
    • หมวกอบไอน้ำไฟฟ้า : คลุมผมด้วยหมวกพลาสติก แล้วสวมหมวกอบไอน้ำทับ เปิดเครื่องและทิ้งไว้ตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 10-20 นาที
    • ผ้าขนหนูอุ่น : นำผ้าขนหนูไปชุบน้ำร้อน อุณหภูมิ 40-60 องศาเซลเซียส แล้วบิดให้หมาดที่สุด จากนั้นนำมาพันรอบศีรษะที่สวมหมวกคลุมผมพลาสติกไว้ ความร้อนของผ้าจะช่วยให้เกิดไอน้ำ
  4. ล้างออกและปิดเกล็ดผม : ล้างผมด้วยน้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง จนกระทั่งไม่มีความลื่นของผลิตภัณฑ์หลงเหลืออยู่ การล้างด้วยน้ำเย็นจะช่วยปิดเกล็ดผม ทำให้สารอาหารที่เพิ่งซึมซาบเข้าไปถูกกักเก็บไว้ภายในเส้นผมได้ยาวนานขึ้น

การอบไอน้ำผม ควรทำอาทิตย์ละกี่ครั้ง ?

อบไอน้ำผมช่วยอะไร เพิ่มความนุ่มลื่นให้เส้นผมสุขภาพดี

ความถี่ของการอบไอน้ำผม ควรแปรผันตามระดับความเสียหายของเส้นผม และไม่ควรทำบ่อยเกินไป จนทำลายสมดุลของน้ำมันธรรมชาติ

ไม่ควรอบไอน้ำบ่อยเกินไป เช่น ทำทุกวัน หรือมากกว่าสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพราะอาจส่งผลให้เส้นผมสูญเสียความชุ่มชื้นตามธรรมชาติจากการเปิดเกล็ดผมบ่อยเกินไป และอาจทำให้ผมแห้งกร้าน เปราะขาดง่ายกว่าเดิมได้

ข้อควรระวังและคำแนะนำการอบไอน้ำผม

อย่างไรก็ตาม การอบไอน้ำแก้ผมช็อตที่บ้านอาจไม่ได้ช่วยบำรุงและฟื้นฟูผมได้อย่างล้ำลึก เพราะในบางคนยังคงเจอปัญหาผมช็อต ผมขาด และหลุดร่วงอย่างต่อเนื่อง การมองหาคลินิกดูแลเส้นผมอย่างครอบคลุม จึงเป็นตัวเลือกสำคัญที่จะช่วยดูแลปัญหาเหล่านั้นได้อย่างตรงจุด

Grow & Glow Clinic ให้บริการดูแลหนังศีรษะและเส้นผมอย่างครบวงจร โดยแพทย์หญิงภัทรา ภิญโญภาวศุทธิ (หมอเบนซ์) แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเส้นผม พร้อมรักษาผมร่วงด้วยเลเซอร์ ทรีตเมนต์ ตลอดจนการปลูกผม สร้าง Hairline ให้เหมาะกับโครงหน้า สำหรับผู้ที่มีปัญหาผมบางจนเห็นหนังศีรษะ กรอกฟอร์มวันนี้เพื่อรับคำปรึกษาออนไลน์กับคุณหมอ ฟรี สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ LINE: @clinicgrowandglow หรือโทร. 084-501-9989

แพทย์หญิงภัทรา ภิญโญภาวศุทธิ (หมอเบนซ์)

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกผมและศัลยกรรมเส้นผมที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ปริญญาโทด้านตจวิทยา (ผิวหนัง) จาก King's College London ได้รับการรับรองจาก American Board of Hair Restoration Surgery และเป็นสมาชิก ISHRS หมอเบนซ์มีประสบการณ์การทำงานที่ DHT Clinic และโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และปัจจุบันให้บริการที่คลินิกปลูกผม Grow & Glow โดยมุ่งเน้นการรักษามาตรฐานระดับสากล


ปรึกษาออนไลน์ฟรีกับคุณหมอ