อบไอน้ำผมช่วยอะไร ? เคล็ดลับฟื้นฟูผมแห้งเสียให้กลับมาเงางาม
การอบไอน้ำผม เป็นวิธีบำรุงล้ำลึกที่ช่วยเปิดเกล็ดผมให้สารอาหารซึมเข้าสู่แกนผมได้เต็มที่ ทำให้ผมเสียกลับมานุ่ม ชุ่มชื้น และมีน้ำหนัก อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตบริเวณหนังศีรษะ เสริมความแข็งแรงให้รากผมและลดปัญหาผมร่วง ควรทำทุก 1-2 สัปดาห์สำหรับผู้ที่มีผมเสียมาก หรือเดือนละ 1 ครั้งสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลผมให้นุ่มสลวยสุขภาพดีอยู่เสมอ

ผมเสีย แห้งกร้าน ชี้ฟู ดูขาดชีวิตชีวา… นี่คือปัญหาคลาสสิกที่คนรักผมต้องเจออยู่เสมอ ซึ่งการดูแลด้วยวิธีสระผมและใช้ครีมนวดอาจไม่เพียงพอต่อการฟื้นฟูอย่างล้ำลึก ทำให้หลายคนหันไปพึ่งพาวิธีบำรุงที่เข้มข้นกว่า และหนึ่งในทางออกที่พิสูจน์แล้วว่าช่วยปลุกชีพเส้นผมให้กลับมานุ่มสลวยได้จริง นั่นคือ “การอบไอน้ำผม” พร้อมแนะนำข้อดี ช่วยอะไรเส้นผมได้บ้าง ? ควรทำอาทิตย์ละกี่ครั้ง ? และสามารถทำได้ด้วยตัวเองอย่างไร ? ทั้งนี้ เพื่อให้คุณสามารถดูแลเส้นผมในชีวิตประจำวันได้
การอบไอน้ำผม คืออะไร ?
การอบไอน้ำผม คือ กระบวนการดูแลเส้นผมโดยใช้ความร้อนและความชื้นจากไอน้ำ โดยอุณหภูมิควรอยู่ที่ประมาณ 40-60 องศาเซลเซียส เพื่อเปิดเกล็ดผม (Hair Cuticles) ที่อยู่ชั้นนอกสุดของเส้นผม โดยการเปิดเกล็ดผมนี้เองที่เป็นหัวใจสำคัญ เพราะจะช่วยเปิดทางให้ผลิตภัณฑ์บำรุงผม เช่น ทรีตเมนต์ หรือครีมหมักผม สามารถซึมซาบเข้าสู่แกนผมด้านในได้อย่างล้ำลึกและเต็มที่กว่าการหมักผมแบบปกติ นอกจากนี้ ความร้อนยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตบริเวณหนังศีรษะ ซึ่งเป็นผลดีต่อสุขภาพของรากผม ทำให้เส้นผมและหนังศีรษะมีสุขภาพที่แข็งแรงมากขึ้นในระยะยาว
ประเภทของการอบไอน้ำผม
การอบไอน้ำผมสามารถทำได้หลายวิธี ทั้งแบบมืออาชีพในร้านซาลอน ตลอดจนการอบไอน้ำที่สามารถทำได้แบบง่าย ๆ ที่บ้าน โดยจะมีหัวใจหลักเป็นอุปกรณ์ที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้
- การอบไอน้ำด้วยเครื่องอบไอน้ำ : เป็นวิธีที่นิยมในร้านซาลอน โดยใช้เครื่องที่มีคุณสมบัติพ่นไอน้ำและความร้อนออกมา ซึ่งควบคุมอุณหภูมิและความชื้นได้อย่างสม่ำเสมอ เป็นวิธีที่ให้ประสิทธิภาพสูงในการเปิดเกล็ดผมและช่วยให้สารบำรุงเข้าสู่แกนผมได้ดีที่สุด
- การอบไอน้ำด้วยหมวกอบไอน้ำ : เป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่ายที่บ้าน มีลักษณะคล้ายหมวกที่ใช้ไฟฟ้าสร้างความร้อนเพื่อกักเก็บไอน้ำ เป็นทางเลือกที่สะดวกและประหยัดกว่าเครื่องอบไอน้ำ
- การอบไอน้ำด้วยผ้าขนหนูอุ่น : เป็นวิธีแบบดั้งเดิมที่สามารถทำเองได้ง่าย ๆ ที่บ้าน เพียงใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นและบิดจนหมาด ก่อนนำมาพันรอบศีรษะที่ลงทรีตเมนต์ไว้ ความร้อนจากผ้าขนหนูจะช่วยให้เกล็ดผมเปิดได้ในระดับหนึ่ง แม้จะไม่เท่าการใช้เครื่องมือเฉพาะทาง แต่ก็ยังให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการหมักผมทิ้งไว้เฉย ๆ
ประโยชน์หลักของการอบไอน้ำผม ช่วยอะไรได้บ้าง ?
หลายคนอาจสงสัยว่าการเพิ่มขั้นตอนอบไอน้ำผม สามารถช่วยอะไรเส้นผมได้อีกบ้าง ที่แตกต่างจากการหมักผมทั่วไป คำตอบคือประโยชน์ที่ได้รับนั้นครอบคลุมและล้ำลึกกว่ามาก เพราะเข้าไปจัดการกับโครงสร้างของเส้นผมโดยตรง
เติมความชุ่มชื้นและฟื้นฟูผมเสีย
การอบไอน้ำช่วยเติมความชุ่มชื้นและฟื้นฟูผมเสียได้อย่างรวดเร็ว โดยความชื้นจากไอน้ำจะเข้าสู่เส้นผมโดยตรง ทำให้ผมที่แห้งกร้านจากการทำเคมีหรือความร้อนกลับมานุ่ม ชุ่มชื้น มีน้ำหนัก และมีความยืดหยุ่นสูงขึ้น พร้อมสร้างเกราะป้องกันไม่ให้ผมเปราะ ขาด หรือแตกปลายได้ง่าย
กระตุ้นการบำรุงอย่างล้ำลึกด้วยสารอาหาร
นี่คือคุณสมบัติเด่นที่สุดของวิธีการอบไอน้ำแก้ผมช็อต เพราะเมื่อเกล็ดผมเปิดออก จะเป็นช่วงเวลาที่เส้นผมได้รับการกระตุ้นเพื่อรับการบำรุงอย่างล้ำลึกด้วยสารอาหารทุกชนิดจากทรีตเมนต์ที่ลงบนเส้นผม ไม่ว่าจะเป็นวิตามิน โปรตีน หรือน้ำมันบำรุงผม พร้อมซึมซาบเข้าสู่แกนผมได้อย่างเต็มที่ ทำให้เกิดการซ่อมแซมความเสียหายจากภายในอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผมแข็งแรงและมีสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ป้องกันปัญหาผมแห้ง แตกปลาย และชี้ฟู
การดูแลด้วยไอน้ำช่วยให้เส้นผมกักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น ทำให้ผมมีน้ำหนัก และช่วยลดปัญหาผมแตกปลาย รวมถึงผมชี้ฟูได้ในระยะยาว เมื่อเกล็ดผมได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ ผมก็จะดูเรียบเนียน ไม่แห้งเสียง่าย ซึ่งเป็นการป้องกันปัญหาผมแห้ง แตกปลาย และชี้ฟูได้อย่างยอดเยี่ยม
เสริมสร้างสุขภาพหนังศีรษะ
ความร้อนและไอน้ำยังเป็นประโยชน์ต่อหนังศีรษะอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะช่วยทำความสะอาดรูขุมขนอย่างล้ำลึก กำจัดสิ่งสกปรกและไขมันที่อุดตันออกไป ทำให้หนังศีรษะมีสุขภาพดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเสริมสร้างสุขภาพหนังศีรษะ และรากผมให้แข็งแรง ลดโอกาสการเกิดผมร่วงในอนาคต
การอบไอน้ำผมเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเส้นผมแบบใด ?
การอบไอน้ำผมไม่จำเป็นต้องรอให้ผมเสียถึงขีดสุด แต่เหมาะสำหรับทุกคนที่ต้องการยกระดับการบำรุงให้เข้มข้นขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเคสเหล่านี้
- ผมแห้งเสียหนัก : ผู้ที่ทำสีผม ดัด ยืด หรือใช้เครื่องมือจัดแต่งทรงผมที่มีความร้อนสูงบ่อยครั้ง จนผมขาดน้ำและมีความยืดหยุ่นต่ำ
- ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพทรีตเมนต์ : ผู้ที่รู้สึกว่าการหมักผมแบบปกติยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่พอใจ การอบไอน้ำจะช่วยให้ทรีตเมนต์ทำงานได้เต็มศักยภาพ
- ต้องการให้ผมมีน้ำหนักและเงางาม : ผู้ที่ต้องการให้ผมดูเรียบลื่น สุขภาพดี เงางาม และเล่นแสงได้ดี
- มีปัญหาหนังศีรษะแห้ง : ความชื้นจากการอบไอน้ำสามารถช่วยปลอบประโลมหนังศีรษะที่แห้งคัน กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้หนังศีรษะมีสุขภาพที่ดีมากขึ้นได้
ขั้นตอนและวิธีอบไอน้ำผมที่บ้าน
- ทำความสะอาดเส้นผม : สระผมให้สะอาดหมดจดด้วยแชมพูที่อ่อนโยน ปราศจาก Paraben, SLS, Diethanolamine (DEA) & Triethanolamine (TEA) และฟอร์มันดีไฮด์ จากนั้นให้ซับผมจนหมาดพอประมาณ อย่าให้ผมเปียกจนน้ำหยด
- ชโลมการบำรุง : ใช้ครีมหมักผมหรือทรีตเมนต์สูตรเข้มข้นให้ทั่วเส้นผม โดยเน้นจากกลางไปจนถึงปลายผม อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการลงทรีตเมนต์หนังศีรษะโดยตรง หากผลิตภัณฑ์นั้นไม่ได้ระบุว่าใช้กับหนังศีรษะได้
- อบไอน้ำ : สามารถทำได้ 2 วิธี โดยจะใช้อุปกรณ์ที่แตกต่างกัน ดังนี้
- หมวกอบไอน้ำไฟฟ้า : คลุมผมด้วยหมวกพลาสติก แล้วสวมหมวกอบไอน้ำทับ เปิดเครื่องและทิ้งไว้ตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 10-20 นาที
- ผ้าขนหนูอุ่น : นำผ้าขนหนูไปชุบน้ำร้อน อุณหภูมิ 40-60 องศาเซลเซียส แล้วบิดให้หมาดที่สุด จากนั้นนำมาพันรอบศีรษะที่สวมหมวกคลุมผมพลาสติกไว้ ความร้อนของผ้าจะช่วยให้เกิดไอน้ำ
- ล้างออกและปิดเกล็ดผม : ล้างผมด้วยน้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง จนกระทั่งไม่มีความลื่นของผลิตภัณฑ์หลงเหลืออยู่ การล้างด้วยน้ำเย็นจะช่วยปิดเกล็ดผม ทำให้สารอาหารที่เพิ่งซึมซาบเข้าไปถูกกักเก็บไว้ภายในเส้นผมได้ยาวนานขึ้น
การอบไอน้ำผม ควรทำอาทิตย์ละกี่ครั้ง ?

ความถี่ของการอบไอน้ำผม ควรแปรผันตามระดับความเสียหายของเส้นผม และไม่ควรทำบ่อยเกินไป จนทำลายสมดุลของน้ำมันธรรมชาติ
- สำหรับผมแห้งเสียมาก หรือผมที่เพิ่งผ่านการทำเคมี : ในช่วงของการฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน สามารถอบไอน้ำได้ทุก 1-2 สัปดาห์ เพื่อเติมความชุ่มชื้นและสารอาหารอย่างต่อเนื่อง
- สำหรับผมที่มีสุขภาพดี หรือผมที่ดูแลเป็นประจำ : การทำทุก 3-4 สัปดาห์ (เดือนละ 1 ครั้ง) ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว เพื่อเป็นการให้รางวัลและบำรุงอย่างล้ำลึก เพื่อคงความนุ่มสลวยให้ยาวนาน
ไม่ควรอบไอน้ำบ่อยเกินไป เช่น ทำทุกวัน หรือมากกว่าสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพราะอาจส่งผลให้เส้นผมสูญเสียความชุ่มชื้นตามธรรมชาติจากการเปิดเกล็ดผมบ่อยเกินไป และอาจทำให้ผมแห้งกร้าน เปราะขาดง่ายกว่าเดิมได้
ข้อควรระวังและคำแนะนำการอบไอน้ำผม
- ควบคุมอุณหภูมิไม่ให้สูงเกินไปจนรู้สึกแสบร้อน เพราะความร้อนที่สูงเกิน 60 องศาเซลเซียส อาจทำให้ผมอ่อนแอได้
- เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผมที่มีคุณภาพ และมีส่วนผสมที่เน้นการฟื้นฟู ให้ความชุ่มชื้น เช่น เคราติน (Keratin) เพื่อบำรุงผมที่เสียจากการทำเคมี, ไฮยาลูรอน (Hyaluronic Acid) เพื่อเติมความชุ่มชื้น ลดผมชี้ฟู และน้ำมันจากพืช เช่น อาร์แกน โจโจ้บา เป็นต้น
- ระวังหนังศีรษะ หากมีอาการอักเสบ มีสิว หรือมีแผล ควรงดการอบไอน้ำ เพราะความร้อนอาจทำให้อาการแย่ลงได้
- ล้างออกด้วยความระมัดระวัง จนกว่าผมจะไม่ลื่น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการสะสมของสารเคมี จนอุดตันรูขุมขน และอาจทำให้หนังศีรษะมันได้
อย่างไรก็ตาม การอบไอน้ำแก้ผมช็อตที่บ้านอาจไม่ได้ช่วยบำรุงและฟื้นฟูผมได้อย่างล้ำลึก เพราะในบางคนยังคงเจอปัญหาผมช็อต ผมขาด และหลุดร่วงอย่างต่อเนื่อง การมองหาคลินิกดูแลเส้นผมอย่างครอบคลุม จึงเป็นตัวเลือกสำคัญที่จะช่วยดูแลปัญหาเหล่านั้นได้อย่างตรงจุด
Grow & Glow Clinic ให้บริการดูแลหนังศีรษะและเส้นผมอย่างครบวงจร โดยแพทย์หญิงภัทรา ภิญโญภาวศุทธิ (หมอเบนซ์) แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเส้นผม พร้อมรักษาผมร่วงด้วยเลเซอร์ ทรีตเมนต์ ตลอดจนการปลูกผม สร้าง Hairline ให้เหมาะกับโครงหน้า สำหรับผู้ที่มีปัญหาผมบางจนเห็นหนังศีรษะ กรอกฟอร์มวันนี้เพื่อรับคำปรึกษาออนไลน์กับคุณหมอ ฟรี สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ LINE: @clinicgrowandglow หรือโทร. 084-501-9989