ปลูกผมกราฟละเท่าไร ? เทียบราคาปลูกผมเทคนิค FUE, FUT และ DHI (อัปเดต 2569)
สำหรับผู้ที่มีปัญหาผมบาง ศีรษะล้านตามบริเวณแนวผมหรือกลางศีรษะ การรักษาด้วยยารับประทานอาจไม่ได้ผลเท่าที่ควร เพราะไม่มีรากผมหลงเหลืออยู่แล้ว ทำให้ไม่มีเส้นผมใหม่งอกขึ้นมา การทำศัลยกรรมปลูกผม (Hair Transplant) จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความนิยม เพราะเป็นการย้ายรากผมบริเวณที่มีความแข็งแรงมาปลูกบริเวณที่มีปัญหาด้านเส้นผม สามารถช่วยแก้ไขปัญหาผมบางและศีรษะล้านได้อย่างเห็นผล
หากคุณสนใจปลูกผม และสงสัยว่าปลูกผมราคาเท่าไร แพงไหม หาคำตอบได้ที่บทความนี้เลย !

ปลูกผมราคาเท่าไร ? รวมค่าบริการปลูกผมฉบับอัปเดต 2569
ในการปลูกผม ราคาจะแตกต่างกันไปสำหรับแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับจำนวนกราฟ เทคนิคปลูกผมที่เลือกใช้ และโปรโมชันของคลินิกปลูกผมที่เข้าไปใช้บริการ ซึ่งส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบของแพ็กเกจที่รวมค่าบริการทางการแพทย์ ค่าบริการปลูกผม ค่ายา และค่ารักษาอื่นๆ ที่ต้องทำควบคู่กันเรียบร้อยแล้ว
ที่ Grow & Glow Clinic ปลูกผมกราฟละเท่าไร ?
| เทคนิคการปลูกผม | ราคาปลูกผม (ต่อ 1 กราฟ)* | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|
| เทคนิคปลูกผม FUT | 70-95 บาท (ขึ้นอยู่กับจำนวนกราฟผม) | ผู้ที่ต้องการปลูกผมจำนวนมาก |
เทคนิคปลูกผม FUE ราคาจะแตกต่างกันตามรูปแบบที่เลือก
|
|
|
| เทคนิคปลูกผม DHI | 70-95 บาท | ผู้ที่ต้องการแนวผมแน่นละเอียด |
*บริการปลูกผมราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ควรสอบถามรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่คลินิกอีกครั้งก่อนสั่งซื้อแพ็กเกจ
ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการปลูกผม
เพื่อให้คุณสามารถประเมินเบื้องต้นได้ว่าในเคสของคุณ ค่าบริการปลูกผมราคาเท่าไรมาทำความรู้จักปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการปลูกผมกันเลย!
1. จำนวนกราฟผม
กราฟผม หรือที่เรียกว่า “กอรากผม” ถือเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการปลูกผมเลยทีเดียว โดยจะมีค่าบริการเท่าไรขึ้นอยู่กับว่าคุณจะต้องปลูกผมจำนวนกี่กราฟ เริ่มต้นตั้งแต่ 800, 1,500, 2,000, 3,000 ไปจนถึง 4,000 กราฟ ซึ่งส่วนใหญ่ราคาจะเริ่มต้นที่หลักสิบถึงหลักร้อยต่อกราฟ อย่างที่ Grow & Glow Clinic เทคนิคปลูกผม FUT ราคาจะอยู่ที่กราฟละ 70-95 บาท เช่นเดียวกับการปลูกผมเทคนิค FUE (Shaven FUE)
2. เทคนิคที่ใช้ในการปลูกผม
นอกจากจำนวนกราฟผมแล้ว เทคนิคที่ใช้ในการปลูกผมก็ส่งผลต่อค่าบริการปลูกผมเช่นกัน โดยจะแบ่งเป็น 3 เทคนิคหลัก ดังนี้
- ปลูกผมเทคนิค FUT (Follicular Unit Transplantation) เป็นการปลูกผมโดยการผ่าตัดเอาหนังศีรษะตื้นๆ บริเวณท้ายทอยออกมา หลังจากนั้นจะแยกเอาเฉพาะเซลล์รากผมด้วยกล้องจุลทรรศน์ แล้วนำไปปลูกผมในบริเวณที่มีปัญหาผมบาง ศีรษะล้าน โดยการปลูกผมเทคนิค FUT จะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปลูกผมจำนวนมาก
- ปลูกผมเทคนิค FUE (Follicular Unit Excision) เป็นเทคนิคย้ายเซลล์รากผม ด้วยการใช้เครื่องมือพิเศษที่มีหัวเจาะขนาดเล็กมาก สามารถเจาะเอาเซลล์รากผมบริเวณท้ายทอยออกมาได้โดยไม่ต้องผ่าตัดหนังศีรษะ ทำให้ไร้รอยต่อ ไร้แผลเย็บ และพักฟื้นไวกว่า โดยเทคนิคปลูกผม FUE ราคาจะแตกต่างกันตามรูปแบบที่เลือก (Shaven FUE, Non-Shaven FUE และ Long Hair FUE)
- ปลูกผมเทคนิค DHI(Direct Hair Implantation) เป็นเทคนิคใหม่ที่นำรากผมปลูกกลับทันทีโดยไม่ต้องเปิดช่องรับผม ช่วยให้รากผมมีโอกาสรอดสูงขึ้นและแนวผมดูหนาแน่นเป็นธรรมชาติที่สุด โดยทั่วไป การปลูกผม DHI ราคาจะสูงกว่าเทคนิคอื่น ๆ แต่ให้ผลลัพธ์ที่ละเอียดและแนวผมสวยกว่า
3. ค่าบริการทางการแพทย์
คลินิกปลูกผมแต่ละที่จะมีการคิดค่าบริการปลูกผมแตกต่างกัน บางคลินิกอาจรวมค่าบริการทางการแพทย์ไว้ในแพ็กเกจแล้ว ในขณะที่บางคลินิกอาจยังไม่รวมค่าบริการทางการแพทย์ ซึ่งจะต้องจ่ายเป็นรายครั้งเมื่อเข้าใช้บริการ
4. การรักษาอื่น ๆ ที่ต้องทำควบคู่กับการปลูกผม
นอกจากการปลูกผมแล้ว ยังมีอีกหลายหัตถการที่สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปลูกผมและรักษาผมบางได้ เช่น
- การฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น PRP (Platelet Rich Plasma) บริเวณหนังศีรษะเพื่อกระตุ้นการแบ่งเซลล์รากผม และเพิ่มความแข็งแรงให้แก่เส้นผม
- การฉีดยากลุ่ม Hair Loss Control ที่อุดมไปด้วยวิตามินเข้มข้น หรือตัวยาที่ช่วยรักษาผมร่วงโดยตรง ทำให้เส้นผมได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ และมีเลือดมาเลี้ยงบริเวณรากผมได้ดียิ่งขึ้น
- การฉายแสงกระตุ้นรากผม LLLT ที่บริเวณหนังศีรษะ เพื่อกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนมาเลี้ยงหนังศีรษะได้ดีขึ้น ช่วยให้รากผมแข็งแรงและสร้างเส้นผมได้มากขึ้น
โดยส่วนใหญ่ หัตถการเหล่านี้มักรวมอยู่ในแพ็กเกจปลูกผมแล้ว เพราะจะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการปลูกผมได้ แต่ก็มีบางคลินิกที่ไม่ได้รวมหัตถการเหล่านี้ไว้ หากต้องการทำอาจมีค่ารักษาแยกต่างหาก

ปลูกผมผู้ชาย ปลูกผมผู้หญิง ราคาต่างกันไหม ?
โดยทั่วไป การปลูกผมชายราคาจะเริ่มต้นต่ำกว่าเล็กน้อย เนื่องจากบริเวณที่ต้องการปลูกมักมีแนวผมสั้นและง่ายต่อการย้ายรากผม ส่วนการปลูกผมผู้หญิงราคามักสูงกว่า เพราะต้องใช้เทคนิค Non-Shaven FUE หรือ Long Hair FUE ที่ซับซ้อนและใช้เวลามากกว่า
อย่างไรก็ตาม ราคาที่เหมาะสมควรขึ้นอยู่กับความหนาแน่นที่ต้องการและความชำนาญการของแพทย์
วิธีเลือกคลินิกปลูกผมให้มั่นใจ
ไม่ว่าคุณจะเลือกปลูกผมเทคนิค DHI, FUE หรือ FUT สิ่งสำคัญคือการเลือกคลินิกที่มีมาตรฐาน มีแพทย์เฉพาะทางด้านการปลูกผมโดยตรง และใช้เทคนิคที่ได้รับการรับรองจากสถาบันระดับสากล เช่น ABHRS
สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ ได้แก่
- ตรวจสอบผลงานปลูกผมจริงของแพทย์
- ดูรีวิวเคสจริง พร้อมภาพ Before-After
- ตรวจสอบใบอนุญาตประกอบการแพทย์และคลินิก
- ราคาปลูกผมต้องมีความสมเหตุสมผล
ข้อควรระวังและคำแนะนำหลังปลูกผม
หลังปลูกผมควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพราะการดูแลอย่างถูกวิธีจะช่วยให้กราฟผมแข็งแรง เส้นผมงอกขึ้นใหม่ แลดูเป็นธรรมชาติ และลดความเสี่ยงของการหลุดร่วงหลังปลูก
- หลีกเลี่ยงการเกา หรือสัมผัสบริเวณที่ปลูกผม
- ห้ามโดนน้ำหรือเหงื่อมากใน 3 วันแรก
- งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ชั่วคราว
- ใช้แชมพูสูตรอ่อนโยนที่แพทย์แนะนำ
บริการปลูกผม ดูแลโดยแพทย์จากสถาบันปลูกผมระดับนานาชาติ
หากคุณกำลังหาคลินิกปลูกผมที่ไว้ใจได้ Grow & Glow Clinic ให้บริการโดยแพทย์หญิงภัทรา ภิญโญภาวศุทธิ แพทย์ชำนาญการด้าน Hair Restoration Surgery ที่ได้รับการรับรองจากสถาบันปลูกผมระดับนานาชาติ มีประสบการณ์ปลูกผมมาแล้วหลายเคส ด้วยเทคนิค FUE, FUT, และ DHI ที่ทันสมัย พร้อมบริการดูแลหลังทำ
ปรึกษาและประเมินกราฟฟรีได้ที่
- โทรศัพท์ : 084 501 9989
- Line OA : @clinicgrowandglow
- Facebook Page : GROW & GLOW Clinic ปลูกผมถาวรโดยแพทย์เฉพาะทาง