สำรวจสาเหตุของการเป็นสิวบนหัว พร้อมวิธีรักษาและป้องกัน
เคยรู้สึกเจ็บแปลบ ๆ หรือคันยิบ ๆ บนหนังศีรษะไหม ? พอเอามือไปลูบดูก็เจอตุ่มนูน ๆ ปัญหานี้เรียกว่า “สิวบนหัว” หรือ “สิวที่หนังศีรษะ” ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อยและสร้างความรำคาญใจไม่น้อยไปกว่าสิวบนใบหน้าเลยทีเดียว หลายคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หากปล่อยทิ้งไว้จนเรื้อรัง อาจนำไปสู่การอักเสบที่รุนแรงขึ้น ทั้งยังอาจส่งผลทำให้ผมร่วง หรือแม้กระทั่งเกิดแผลเป็นได้ บทความนี้จะมาเจาะลึกกันว่าสิวที่หัวเกิดจากอะไร มีปัจจัยใดบ้างที่กระตุ้นให้เกิด พร้อมแนะนำวิธีรักษาสิวที่หัวและการป้องกันอย่างถูกวิธี เพื่อให้คุณได้กลับมามีหนังศีรษะที่แข็งแรงและสุขภาพดีอีกครั้ง

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเกิดสิวบนหัว
ก่อนอื่นต้องมาทำความเข้าใจถึงสิ่งที่เรามักเรียกติดปากว่าเป็นสิวบนหัว หรือ “สิวขึ้นหัว” สำหรับภาวะนี้ทางการแพทย์จะหมายถึงภาวะ “รูขุมขนอักเสบ” (Folliculitis) ซึ่งเป็นการอักเสบหรือการติดเชื้อที่เกิดขึ้นบริเวณรูขุมขน (Hair Follicle) โดยเป็นช่องเปิดของเส้นผมบนผิวหนังของเรา ภาวะนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนหนังศีรษะเท่านั้น แต่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกที่ที่มีเส้นผมหรือขนขึ้น อย่างไรก็ตาม หนังศีรษะเป็นบริเวณที่พบได้บ่อยเนื่องจากมีความหนาแน่นของต่อมไขมัน (Sebaceous Glands) สูง
ลักษณะของตุ่มที่พบมีได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่
- ตุ่มแดงเล็ก ๆ (Papules) : เป็นตุ่มนูนแดง ไม่มีหัวหนอง อาจมีอาการคันหรือเจ็บเล็กน้อย
- ตุ่มหนอง (Pustules) : เป็นตุ่มแดงที่มีหนองสีขาวหรือเหลืองอยู่ตรงกลาง เป็นสัญญาณของการติดเชื้อแบคทีเรีย
- ตุ่มซีสต์ขนาดใหญ่ (Cysts/Nodules) : เป็นตุ่มอักเสบขนาดใหญ่ที่อยู่ลึกลงไปในชั้นผิวหนัง มักมีอาการเจ็บปวดมาก และอาจทิ้งรอยแผลเป็นหรือทำให้ผมร่วงบริเวณนั้นได้หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม
โดยตุ่มเหล่านี้มักพบบริเวณแนวไรผม, หน้าผาก, ท้ายทอย หรืออาจกระจายไปทั่วทั้งหนังศีรษะก็ได้เช่นกัน
สาเหตุหลักของการเกิดสิวบนหัว
การเป็นสิวบนหัวหรือรูขุมขนอักเสบเกิดจากกลไกที่ซับซ้อนและมีปัจจัยกระตุ้นหลายอย่างร่วมกัน โดยสามารถแบ่งสาเหตุหลัก ๆ ว่าสิวที่หัวเกิดจากอะไรได้ดังนี้
1. การอุดตันของรูขุมขน (Follicular Occlusion)
เมื่อรูขุมขนเกิดการอุดตัน สิ่งที่ตามมาคือทำให้ไขมันที่ผลิตจากต่อมไขมันไม่สามารถระบายออกมาได้ตามปกติ และเกิดการสะสมอยู่ภายใน กลายเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของเชื้อโรค สุดท้ายก็อักเสบเป็นสิวบนหัว โดยการอุดตันนี้เกิดได้จาก
- น้ำมันส่วนเกิน (Excess Sebum) : การผลิตน้ำมันบนหนังศีรษะที่มากเกินไป
- เซลล์ผิวที่ตายแล้ว (Dead Skin Cells) : การผลัดเซลล์ผิวบนหนังศีรษะที่ผิดปกติ ทำให้เซลล์เก่า ๆ ไปกองรวมกันที่ปากรูขุมขน
- ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม (Product Buildup) : การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน ซิลิโคน หรือแว็กซ์ที่ล้างออกยาก แล้วทำความสะอาดไม่หมดจด ทำให้เกิดการสะสมและอุดตัน
2. การติดเชื้อ (Infection)
เมื่อรูขุมขนอุดตันและมีไขมันสะสม ก็จะกลายเป็นสภาวะที่เหมาะสมอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่บนผิวหนังของเราเป็นปกติ และเมื่อจุลินทรีย์มีจำนวนเพิ่มขึ้นก็อาจก่อให้เกิดการอักเสบได้ในที่สุด
- แบคทีเรีย : โดยเฉพาะเชื้อ Cutibacterium acnes (หรือ P. acnes) ซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดสิวบนใบหน้า รวมถึงเชื้อ Staphylococcus aureus ที่ทำให้เกิดการอักเสบเป็นหนอง
- เชื้อรา/ยีสต์ : โดยเฉพาะเชื้อในกลุ่ม Malassezia ซึ่งเป็นสาเหตุของรังแคและโรคผิวหนังอักเสบ (Seborrheic Dermatitis) ก็สามารถกระตุ้นให้รูขุมขนอักเสบได้เช่นกัน
- ไร : ไรขน Demodex folliculorum ที่อาศัยอยู่ในรูขุมขน ก็อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการอักเสบในบางราย
3. พฤติกรรมการใช้ชีวิตและปัจจัยอื่น ๆ
นอกจากสองสาเหตุหลักข้างต้น ยังมีปัจจัยกระตุ้นอื่น ๆ ที่ทำให้สิวขึ้นหัวได้อีก ตัวอย่างเช่น
- ฮอร์โมน : การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน โดยเฉพาะฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen) สามารถกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานมากขึ้น
- ความเครียด : ความเครียดกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งส่งผลให้เกิดการอักเสบในร่างกายที่รุนแรงขึ้น อีกทั้งยังจะทำให้เกิดการผลิตไขมันมากขึ้นด้วย
- เหงื่อและการอับชื้น : การออกกำลังกาย การใส่หมวกหรือหมวกกันน็อกเป็นเวลานาน ทำให้เกิดความอับชื้นและเหงื่อไคลสะสม เป็นการสร้างสภาวะแวดล้อมที่เชื้อโรคชอบ
- การเสียดสีและระคายเคือง : ไม่ว่าจะเป็นการเกาหนังศีรษะแรง ๆ การใช้หวีที่แข็งเกินไป หรือการสวมหมวกที่รัดแน่น ต่างก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการเป็นสิวบนหัวทั้งสิ้น
แนวทางการดูแลและรักษาเมื่อเป็นสิวบนหัว
สำหรับใครที่เป็นสิวบนหัวและมีอาการอักเสบรุนแรง รู้สึกเจ็บ หรือสิวกระจายเป็นวงกว้าง ควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการด้านโรคผิวหนัง เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่ตรงจุด โดยวิธีรักษาสิวที่หัวมีดังต่อไปนี้
- ยาทาเฉพาะที่ (Topical Medications) :
- ยาปฏิชีวนะชนิดทา (เช่น Clindamycin) เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
- Benzoyl Peroxide เพื่อลดจำนวนเชื้อ Cutibacterium acnes และช่วยเปิดรูขุมขน
- ยาทากลุ่มเรตินอยด์ (Topical Retinoids) เพื่อช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวและลดการอุดตัน
- ยารับประทาน (Oral Medications) : ในกรณีที่รุนแรงหรือดื้อต่อยาทา แพทย์อาจพิจารณาใช้วิธีการรักษา เช่น
- ให้ยาปฏิชีวนะชนิดรับประทาน (เช่น Doxycycline, Minocycline) เพื่อควบคุมการติดเชื้อและการอักเสบจากภายใน
- ยากลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ (Isotretinoin) สำหรับเคสที่รุนแรงมากและไม่ตอบสนองต่อการรักษาอื่น โดยต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
- ยาต้านเชื้อรา หรือยาปรับฮอร์โมน ในบางกรณี
- การรักษาเสริมอื่น ๆ (Adjunctive Therapies) :
- การฉีดสเตอรอยด์ (Intralesional Corticosteroid Injection) โดยตรงที่ตุ่มซีสต์ขนาดใหญ่เพื่อลดการอักเสบและอาการปวดอย่างรวดเร็ว

เคล็ดลับป้องกันสิวบนหัวไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ
การป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาเสมอ หลังจากที่อาการดีขึ้นแล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างจะช่วยลดโอกาสการกลับมาเป็นสิวบนหัวซ้ำได้
- สระผมอย่างถูกวิธี : ใช้นิ้วมือนวดทำความสะอาดหนังศีรษะเบา ๆ แทนการใช้เล็บเกา จากนั้นล้างแชมพูและครีมนวดออกให้หมดจดทุกครั้ง
- เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยต่อเส้นผมและหนังศีรษะ : เลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมที่ระบุว่า “Non-comedogenic” (ไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน), “Oil-free” (ปราศจากน้ำมัน) หรือสูตรสำหรับหนังศีรษะแพ้ง่ายโดยเฉพาะ
- ปล่อยให้หนังศีรษะได้หายใจ : ลดการใส่หมวกที่รัดแน่นหรืออับทึบเป็นเวลานาน ๆ หากจำเป็นต้องใส่ ควรทำความสะอาดหมวกเป็นประจำ
- เช็ดผมให้แห้ง : อย่าเข้านอนในขณะที่ผมยังเปียกหรือชื้น เพราะความชื้นคือสภาวะที่เชื้อราและแบคทีเรียชื่นชอบ
- จัดการความเครียด : หากิจกรรมผ่อนคลาย เช่น การออกกำลังกาย โยคะ หรือการทำสมาธิ เพื่อควบคุมระดับฮอร์โมนความเครียด
Grow & Glow Clinic พร้อมดูแลและแก้ไขปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะอย่างครบวงจร
การป้องกันและรับมือภาวะเป็นสิวบนหัวอย่างถูกวิธี ไม่เพียงช่วยลดการอักเสบและคืนความสบายให้หนังศีรษะ แต่ยังเป็นการดูแล “รากฐาน” ที่สำคัญของเส้นผมให้แข็งแรงอีกด้วย เพราะหากปล่อยให้หนังศีรษะอักเสบเรื้อรัง อาจนำไปสู่ปัญหารากผมอ่อนแอและภาวะผมร่วงผมบางที่แก้ไขได้ยากในอนาคต
สำหรับผู้ที่เผชิญปัญหาสุขภาพหนังศีรษะที่กระทบต่อความหนาแน่นของเส้นผม การปรึกษาแพทย์คือทางออกที่ดีที่สุด โดยที่คลินิกปลูกผมGrow & Glow Clinic เราเชื่อว่าสุขภาพผมที่ดีเริ่มต้นจากหนังศีรษะที่แข็งแรง เราพร้อมดูแลและแก้ไขปัญหาเส้นผมและหนังศีรษะของคุณ ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุไปจนถึงการรักษาที่ตรงจุด ทุกเคสดูแลโดยแพทย์หญิงภัทรา ภิญโญภาวศุทธิ (หมอเบนซ์) แพทย์ผู้ชำนาญการด้านการปลูกผม (Hair Restoration Surgery) ที่ได้รับการรับรองจากสถาบันปลูกผมระดับนานาชาติ พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อฟื้นฟูความมั่นใจและสุขภาพเส้นผมที่ดีของคุณให้กลับคืนมา
กรอกฟอร์มวันนี้เพื่อรับคำปรึกษาออนไลน์กับคุณหมอ ฟรี สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ LINE: @clinicgrowandglow หรือโทร. 084-501-9989
ข้อมูลอ้างอิง
- How to treat and prevent scalp acne. สืบค้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 จาก https://www.medicalnewstoday.com/articles/320968
- What Causes Scalp Acne? Treatment, Symptoms, and Prevention. สืบค้นเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 จาก https://www.webmd.com/skin-problems-and-treatments/acne/what-to-know-about-scalp-acne