ผมร่วงเยอะเป็นโรคอะไรได้บ้าง และแบบไหนถึงผิดปกติ ?
Key Takeaways
อาการผมร่วงที่มากกว่า 100 เส้นต่อวัน หรือร่วงจนเห็นร่องแสกกว้าง เป็นสัญญาณเตือนของร่างกายที่บ่งบอกถึงความผิดปกติ จนหลายคนเริ่มกังวลและตั้งคำถามว่า “ผมร่วงเยอะเป็นโรคอะไร ?” ซึ่งคำตอบส่วนใหญ่มักมีความเชื่อมโยงกับภาวะทุพโภชนาการ โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ การติดเชื้อราบนหนังศีรษะ โรคภูมิแพ้รากผม โรคไตวาย หรือแม้แต่ภาวะลองโควิด อย่างไรก็ตาม อาการผมร่วงยังสามารถเกิดจากพันธุกรรมและการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนได้เช่นกัน การสังเกตความผิดปกติอย่างใกล้ชิดและเข้ารับการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเส้นผมและหนังศีรษะตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้สามารถเลือกแนวทางการรักษา ทั้งการใช้ยาหรือการปลูกผมเทคนิคต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม ดูแลให้ปลอดภัย และป้องกันปัญหาศีรษะล้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ผมร่วงเยอะผิดปกติ” เป็นหนึ่งในปัญหาเส้นผมที่พบได้บ่อย ๆ สามารถเกิดได้ทั้งจากสาเหตุที่ไม่ได้เป็นอันตราย และสาเหตุจากโรคหรือความผิดปกติต่าง ๆ ที่เป็นอันตราย เมื่อเป็นแล้วจะต้องดูแลรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้อาการรุนแรงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ
สำหรับใครที่สงสัยว่า ผมร่วงเยอะเป็นโรคอะไรได้บ้าง และผมร่วงแบบไหนถึงจะเรียกว่าผิดปกติ Grow & Glow Clinic ได้หาคำตอบมาให้แล้ว พร้อมแนะนำวิธีดูแลเส้นผมแบบง่าย ๆ ไม่ว่าใครก็ทำได้ จะน่าสนใจแค่ไหน ไปดูกัน !
ผมร่วงเยอะแค่ไหนถึงเรียกว่าผิดปกติ ?
โดยธรรมชาติแล้ว บนหนังศีรษะของมนุษย์จะมีเส้นผมอยู่ประมาณ 100,000 เส้น และมีวงจรการผลัดเซลล์เพื่อให้เส้นผมใหม่ขึ้นมาทดแทนในทุก ๆ วัน การสูญเสียเส้นผมประมาณ 70-100 เส้นต่อวัน จึงถือเป็นวงจรปกติที่ไม่ได้เป็นอันตราย
แต่หากเริ่มมีอาการดังต่อไปนี้ จะถือว่าเข้าข่ายภาวะผมร่วงเยอะผิดปกติ
- ร่วงมากกว่า 100 เส้นต่อวัน หรือมากกว่า 200 เส้นในวันที่สระผม
- ผมร่วงเป็นกำ มีเส้นผมหลุดหล่นติดมือมาเป็นจำนวนมากในเวลาสางผม
- ช่อผมเล็กลง เวลาผูกผมหางม้าแล้วปริมาณเส้นผมลดลงอย่างรวดเร็ว
- ร่องแสกผมกว้างขึ้น เริ่มเห็นรอยแสกผมหรือหนังศีรษะอย่างชัดเจน เช่น กว้างมากกว่า 3 เซนติเมตร
หากมีอาการเหล่านี้และปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รีบหาสาเหตุ อาจนำไปสู่ปัญหาผมบางและศีรษะล้านถาวรได้
ไขข้อสงสัย ผมร่วงเยอะเป็นโรคอะไรได้บ้าง ?
ในทางการแพทย์มี 7 กลุ่มโรคและภาวะสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อวงจรการเติบโตของเส้นผมโดยตรง ดังนี้

1. ภาวะทุพโภชนาการ (Malnutrition)
เป็นสภาวะที่ร่างกายได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน หรือไม่เหมาะสมกับร่างกาย หรือได้รับสารอาหารครบถ้วนแล้ว แต่ร่างกายไม่สามารถนำสารอาหารมาใช้ได้ และเมื่อสารอาหารหลักอย่างโปรตีน ธาตุเหล็ก และสังกะสี ไม่เพียงพอต่อการหล่อเลี้ยงเซลล์ ร่างกายจะหยุดกระบวนการสร้างเส้นผมเพื่อสงวนสารอาหารไว้ใช้กับอวัยวะที่สำคัญกว่า ทำให้เส้นผมเปราะบางและหลุดร่วงในที่สุด
2. ภาวะต่อมไทรอยด์เป็นพิษ (Thyrotoxicosis)
หรือที่เรียกว่า ภาวะไฮเปอร์ไทรอยด์ (Hyperthyroidism) เป็นภาวะที่ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนไทรอยด์ออกมามากผิดปกติ แล้วทำให้เกิดอาการผิดปกติต่าง ๆ ตามมา เช่น ใจสั่น มือสั่น เหนื่อยง่ายกว่าปกติ น้ำหนักลด ถ่ายอุจจาระบ่อย อารมณ์แปรปรวน รวมไปถึงอาการผมร่วงด้วย
3. การติดเชื้อราบนหนังศีรษะ (Tinea Capitis)

การติดเชื้อราบนหนังศีรษะจะทำให้มีอาการคล้ายรังแค แต่รุนแรงกว่า โดยหนังศีรษะจะเป็นขุย มีอาการคันมาก ผมร่วงเป็นหย่อม ๆ เส้นผมเปราะบางและขาดง่าย อาจมีจุดสีดำบริเวณตอผมที่ขาดไป มีผื่นวงกลมที่ศีรษะ หรือมีอาการอักเสบร่วมด้วยได้
4. โรคภูมิแพ้รากผม (Alopecia Areata)
หรือโรคผมร่วงเป็นหย่อม เป็นโรคที่เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายไปทำลายเซลล์รากผมบางบริเวณ และทำให้ผมร่วงตามมา โดยจะมีทั้งคนที่ผมร่วงเป็นหย่อม ๆ มีวงขอบชัดเจน และคนที่ผมร่วงเป็นหย่อม ๆ หลายจุด หรือขนร่วงบริเวณอื่นที่ไม่ใช่หนังศีรษะ เช่น บริเวณคิ้ว หนวด รักแร้ หรือหัวหน่าว
5. โรคที่ทำให้เกิดแผลเป็นบนหนังศีรษะ (Scarring Alopecia)
เช่น โรคฝีหนองบนศีรษะ เชื้อกลากศีรษะที่ทำให้เกิดการอักเสบรุนแรง แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก โรคมะเร็ง หรือโรคดีแอลอีที่หนังศีรษะ ซึ่งจะทำให้ผมร่วงเป็นหย่อม ๆ และรากผมบริเวณที่เป็นโรคจะถูกทำลายจนไม่สามารถสร้างเส้นผมใหม่มาทดแทนเส้นเดิมได้ และเกิดพังผืดในชั้นหนังแท้ร่วมด้วย
6. โรคไตวาย (Kidney Failure)
เป็นภาวะที่ไตสูญเสียความสามารถในการทำงานลง ซึ่งจะมีทั้งไตวายเฉียบพลัน และไตวายเรื้อรัง โดยจะส่งผลให้มีของเสียและน้ำคั่งค้างอยู่ในร่างกาย แล้วทำให้เกิดอาการผิดปกติต่าง ๆ ตามมา เช่น คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ ผิวแห้ง ความดันโลหิตสูง มีภาวะซีด เลือดจาง รวมไปถึงอาการผมร่วงด้วย
7. ภาวะลองโควิด (Long Covid)

เป็นผลกระทบทางร่างกายที่เกิดขึ้นหลังหายป่วยจากโรคโควิด-19 แล้ว โดยแต่ละคนจะมีลักษณะอาการที่แตกต่างกันไป และหนึ่งในอาการลองโควิดที่พบได้ก็คือ ผมร่วงฉับพลัน หรือโรคผมผลัด (Telogen Effluvium) ที่จะทำให้ผมร่วงทั่วศีรษะแบบไม่มีรอยแผลเป็น ส่วนใหญ่แล้วอาการจะดีขึ้นภายใน 3-6 เดือน
สาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้ผมร่วงเยอะผิดปกติ
นอกจาก 7 โรคที่กล่าวมาแล้ว หลายคนอาจจะตั้งคำถามว่ามีสาเหตุหรือโรคอะไรที่ทําให้ผมร่วงได้อีกบ้าง ซึ่งสาเหตุที่พบได้บ่อยในคนที่มีปัญหาเรื่องผมร่วงมากผิดปกติ เช่น
- พันธุกรรม : เป็นสาเหตุของผมร่วงที่พบบ่อยที่สุด พบมากในผู้ชาย และมีความสัมพันธ์กับฮอร์โมนเพศชายที่มีชื่อว่าแอนโดรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำหน้าที่กำหนดวงจรและควบคุมการเติบโตของเส้นผม
- ผมร่วงจากภาวะเจ็บป่วย การผ่าตัด หรือความเครียด : สามารถทำให้เกิดอาการผมร่วงเยอะผิดปกติชั่วคราวได้ ซึ่งหลังจากที่รักษาหายดีแล้ว ผมก็จะกลับมางอกใหม่เป็นปกติ
- ผมร่วงจากการใช้ยารักษาโรค : เช่น โรคมะเร็ง ภาวะซึมเศร้า โรคข้ออักเสบ หรือโรคความดันโลหิตสูง
- ผมร่วงจากการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว : มักจะเกิดในคนที่ลดน้ำหนักผิดวิธี ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ และส่งผลกระทบให้เกิดอาการผมร่วงเยอะผิดปกติได้
- ผมร่วงจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน : จะเป็นสาเหตุที่พบในผู้หญิง เช่น การตั้งครรภ์ การคลอดบุตร การเลิกใช้ยาคุม หรือเข้าสู่ช่วงวัยหมดประจำเดือน
ผมร่วงแบบไหนอันตราย ควรรีบพบแพทย์ ?
แม้การร่วงหล่นของเส้นผมจะเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่หากพบความผิดปกติเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุทันที
- ร่วงเป็นหย่อมวงกลม หรือมีขนาดขยายกว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว
- ร่วงพร้อมกับมีขุยแดง สะเก็ด รังแคแผ่นหนา หรือมีตุ่มหนองบนหนังศีรษะ
- ร่วงและทิ้งรอยแผลเป็นแข็ง ๆ ไว้บนหนังศีรษะ
- มีอาการปวด แสบ หรือคันหนังศีรษะอย่างรุนแรง
- มีอาการทางระบบประสาทหรือร่างกายอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น น้ำหนักลดฮวบ ใจสั่น เหนื่อยหอบผิดปกติ หรือมีไข้เรื้อรัง
วิธีดูแลเส้นผมแบบง่าย ๆ ช่วยลดอาการผมร่วงในระยะเบื้องต้น
สำหรับใครที่มีอาการผมร่วงเยอะผิดปกติ แล้วยังไม่สะดวกที่จะไปพบแพทย์ทันที เราแนะนำให้ดูแลเส้นผมของตนเองด้วยวิธีการเหล่านี้ เพื่อช่วยลดความรุนแรงของอาการผมร่วงในเบื้องต้น ดังนี้
- รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะโปรตีนและธาตุเหล็กที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในการสร้างเส้นผม
- เลือกใช้แชมพูและครีมนวดผมที่เหมาะกับสภาพผมของตนเอง
- หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำร้ายเส้นผม เช่น การฟอกสีผม เปลี่ยนสีผม มัดผมแน่นเกินไป หรือทำให้ผมสัมผัสความร้อนจัดเป็นประจำ
- ดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง โดยการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายเป็นประจำ และหมั่นบริหารความเครียด ไม่ปล่อยให้ตนเองเครียดจนเกินไป
- ไม่สระผมบ่อยจนเกินไป เพราะจะทำให้สูญเสียน้ำมันที่หล่อเลี้ยงเส้นผม แล้วทำให้เกิดอาการสระผมแล้วผมร่วงเยอะผิดปกติได้
วิธีรักษาผมร่วงเยอะผิดปกติโดยแพทย์

การรักษาผมร่วงเยอะผิดปกติโดยแพทย์ จะเริ่มจากการตรวจหาสาเหตุว่าผมร่วงเกิดจากอะไร แล้วให้การรักษาที่ต้นเหตุ ซึ่งจะช่วยให้อาการผมร่วงเยอะผิดปกติดีขึ้นอย่างรวดเร็วได้ ยกตัวอย่างเช่น
- ผมร่วงจากโรคภูมิแพ้รากผม แพทย์จะรักษาด้วยการใช้คอติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids) ซึ่งจะมีทั้งรูปแบบยาทาเฉพาะที่ ยากิน และยาฉีดเข้าผิวหนังบริเวณที่ผมร่วง ติดต่อกันประมาณ 3-4 เดือน ก็จะช่วยให้อาการดีขึ้นได้
- ผมร่วงจากการติดเชื้อราบนหนังศีรษะ ในกรณีที่ไม่มีอาการอักเสบร่วมด้วย แพทย์จะแนะนำให้ใช้ยาสระผมฆ่าเชื้อรา ร่วมกับรับประทานยารักษาเชื้อราบนหนังศีรษะติดต่อกันจนกว่าจะหายกลับมาเป็นปกติ
- ผมร่วงจากฮอร์โมน DHT แพทย์จะให้รับประทานยา Finasteride ที่จะไปลดการทำงานของฮอร์โมน DHT ซึ่งจะช่วยให้อาการผมร่วงดีขึ้นได้ และอาจให้รับประทานยา Minoxidil เพื่อกระตุ้นให้เลือดไปเลี้ยงรากผมมากขึ้น ทำให้เส้นผมเจริญเติบโตได้ดีขึ้น และชะลอการหลุดร่วงของเส้นผมได้
- การปลูกผม เป็นวิธีรักษาอาการผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน สำหรับคนที่ไม่มีรากผมหลงเหลืออยู่แล้ว ทำให้ผมเส้นใหม่ไม่สามารถงอกออกมาได้ โดยจะทำการย้ายรากผมจากอีกบริเวณหนึ่งมาปลูกลงในบริเวณต้องการ ซึ่งในปัจจุบันจะมีอยู่หลายเทคนิค ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคปลูกผม FUE, เทคนิคปลูกผม FUT หรือการปลูกผมในผู้หญิงโดยเฉพาะ
ผมร่วงเยอะจะเป็นมะเร็งไหม ?
ไม่เสมอไป เพราะมีหลายสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการผมร่วงเยอะผิดปกติ ถ้าหากมีอาการผมร่วงมากผิดปกติอยู่ แล้วรู้สึกกังวล หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น คันบริเวณหนังศีรษะ มีอาการอักเสบ มีแผลเป็น รู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน หรืออาการผิดปกติในระบบอื่น ๆ แนะนำให้รีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและเข้ารับการรักษาโดยเร็วที่สุด เพราะอาจเกิดจากโรคที่เป็นอันตรายได้

ปรึกษาปัญหาผมร่วงและแนวทางการรักษาที่ Grow & Glow Clinic
อาการผมร่วงไม่ใช่เรื่องที่ควรปล่อยผ่าน เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคภายในหรือจุดเริ่มต้นของภาวะศีรษะล้านที่รักษาได้ยากในอนาคต จึงควรเตรียมความพร้อมและหาสาเหตุอย่างรอบคอบภายใต้มาตรฐานทางการแพทย์ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กลับมาอีกครั้ง
ที่ Grow & Glow Clinic ให้ความสำคัญกับการดูแลตามมาตรฐานทางการแพทย์ ทุกเคสจะได้รับการดูแลและวางแผนการรักษาโดยแพทย์หญิงภัทรา ภิญโญภาวศุทธิ (หมอเบนซ์) แพทย์ผู้ชำนาญการด้านการปลูกผม ที่ได้รับวุฒิบัตร ISHRS และ American Board of Hair Restoration Surgery (ABHRS) ที่พร้อมให้คำปรึกษา ตรวจประเมินโครงสร้างเส้นผมและหนังศีรษะอย่างละเอียด เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการให้คำแนะนำด้านการดูแลเส้นผม การใช้ยาบำรุง หรือการศัลยกรรมปลูกผมเทคนิคต่าง ๆ สำหรับผู้ที่สนใจประเมินสภาพเส้นผม สามารถติดต่อใช้บริการที่ Grow & Glow Clinic คลินิกปลูกผมในกรุงเทพฯ ได้ทันทีเพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์
ปรึกษาปัญหาผมร่วงมากผิดปกติเพิ่มเติมได้ที่
- โทรศัพท์ : 084 501 9989
- LINE ID : @clinicgrowandglow
- Facebook Page : GROW & GLOW Clinic ปลูกผมถาวร