ต่อผมแบบไหนดีที่สุด ? อยากสุขภาพเส้นผมดีต้องอ่าน
การต่อผมไม่ใช่แค่เรื่องของการเปลี่ยนลุค แต่เป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับคนที่อยากเพิ่มความมั่นใจให้กับเส้นผม ไม่ว่าจะเพื่อความสวยงามเฉพาะกิจหรือต้องการผมยาวทันใจโดยไม่ต้องรอเวลางอก แต่หลายคนยังมีคำถามคาใจว่า “ต่อผมอยู่ได้นานไหม ?” หรือ “จะทำร้ายผมจริงหรือเปล่า ?” บทความนี้จึงรวบรวมคำตอบและข้อมูลรอบด้านเกี่ยวกับการต่อผม ทั้งในแง่เทคนิค อายุการใช้งาน และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและเหมาะสมกับสภาพผมของแต่ละคน

ต่อผมคืออะไร ?
การต่อผม (Hair Extensions) คือ กระบวนการเพิ่มเส้นผมจากภายนอกเข้าไปกับผมจริงของเรา เพื่อเสริมความหนา เพิ่มความยาว หรือสร้างมิติใหม่ให้กับทรงผม โดยเส้นผมที่นำมาต่อมีทั้ง เส้นผมแท้ (Human Hair) ซึ่งสามารถจัดแต่งทรงและดูแลได้เหมือนผมจริง และเส้นใยสังเคราะห์ (Synthetic Hair) ที่มีราคาย่อมเยา แต่ไม่ทนความร้อนและจัดทรงยากกว่า
ส่วนคำถามยอดฮิตอย่าง “ต่อผมมีกี่แบบ ?” คำตอบคือในปัจจุบันเทคนิคการต่อผมมีหลายรูปแบบ โดยก่อนตัดสินใจว่าจะต่อผมแบบไหนดี ก็ควรทราบก่อนว่าแต่ละแบบมีคุณสมบัติอย่างไร ดังนี้
- Tape-in Extensions : ผมต่อถูกติดด้วยเทปกาวชนิดพิเศษ ใช้เวลาไม่นานในการติดและถอด
- Keratin Bond : ใช้ความร้อนละลายกาวเคราตินเพื่อติดผมต่อกับผมจริง นิยมในคนที่ต้องการความแน่นและอยู่ทนนาน
- Nano Ring / Micro Ring : ใช้วงแหวนเล็ก ๆ รัดผมต่อเข้ากับผมจริงโดยไม่ใช้ความร้อนหรือกาว
- Clip-in Extensions : ต่อชั่วคราวด้วยคลิป สามารถถอดเข้า-ออกได้ง่าย เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการผลระยะยาว
ต่อผมอยู่ได้นานแค่ไหน ?
สำหรับคำถามนี้ไม่ได้มีคำตอบที่ตายตัว เนื่องจากระยะเวลาที่ผมต่อจะอยู่ติดกับผมจริงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคที่ใช้ วัสดุของเส้นผม การดูแลหลังต่อผม รวมถึงสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปแล้ว ผมต่อจะอยู่ได้ระหว่าง 1-4 เดือน ก่อนที่คุณจะต้องถอดหรือต่อใหม่ โดยแต่ละเทคนิคมีช่วงเวลาการคงทนที่แตกต่างกัน เช่น
- Tape-in Extensions มักอยู่ได้ประมาณ 4-8 สัปดาห์ ต้องดูแลไม่ให้กาวเสื่อมจากความมันหรือการสระผมบ่อย
- Keratin Bond อยู่ได้นานถึง 2-4 เดือน เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการถอดเข้า-ออกบ่อย
- Nano Ring / Micro Ring อยู่ได้ราว 2-3 เดือน แต่ต้องดูแลเรื่องไม่ให้วงแหวนหลุดหรือเลื่อน
- Clip-in Extensions เป็นแบบชั่วคราว ถอดออกได้ทุกวัน เหมาะกับการใช้งานเฉพาะกิจ
ทั้งนี้เมื่อทราบแล้วว่าต่อผมอยู่ได้นานไหม ระยะเวลาของแต่ละแบบอยู่ที่ประมาณเท่าไร ผู้ที่ต่อผมก็ควรหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลง เช่น ผมต่อเริ่มเลื่อนลง ผมจริงร่วงมากผิดปกติ หรือรู้สึกคันตึงหนังศีรษะ เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าควรถอดออกและให้ผมจริงได้พักบ้าง

ปัจจัยที่มีผลต่อความคงทนของการต่อผม
ไม่ใช่แค่ฝีมือของช่างเท่านั้นที่ส่งผลว่าการต่อผมนั้นจะอยู่ได้นานไหม แต่พฤติกรรมการดูแลผมของคุณเองก็ส่งผลต่อความทนทานของผมต่อเช่นกัน โดยปัจจัยที่ควรใส่ใจมีดังนี้
- ความมันของหนังศีรษะและเหงื่อ : หนังศีรษะที่มีสภาพมันมากอาจทำให้กาวหรือเทปเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
- การใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผมที่เหมาะสม : แนะนำให้ใช้แชมพูแบบไม่มีซัลเฟตและไม่มีซิลิโคนหนัก เพื่อถนอมกาวและไม่สะสมสิ่งตกค้าง
- การหวี ดึง หรือสระผมอย่างรุนแรง : อาจทำให้ผมต่อหลุดหรือดึงผมจริงจนรากอ่อน
- การใช้ไดร์เป่าร้อนหรือหนีบผมบ่อย ๆ : ความร้อนส่งผลให้กาวหรือวงแหวนคลายตัวเร็ว
- การนอนหลับโดยไม่มัดผมหรือไม่ใช้ปลอกหมอนซาติน : การเสียดสีกับปลอกหมอนธรรมดาอาจทำให้ผมพันกันหรือขาด
การต่อผม ส่งผลต่อสุขภาพผมหรือไม่ ?
ถึงแม้การต่อผมจะปลอดภัยในระดับหนึ่ง แต่ถ้าเลือกเทคนิคที่ไม่เหมาะสมหรือดูแลไม่ถูกวิธี การต่อผมก็มีข้อเสียต่อสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะในระยะยาวได้ โดยเฉพาะในคนที่มีผมบางอยู่เดิม หรือมีปัญหาเกี่ยวกับหนังศีรษะอยู่แล้ว โดยผลกระทบที่พบได้บ่อยได้แก่
- ผมร่วงจากแรงดึง (Traction Alopecia) : เกิดจากการที่เส้นผมถูกดึงรั้งเป็นเวลานานจากน้ำหนักของผมต่อ ทำให้รากผมอ่อนแอและหลุดร่วงได้ โดยเฉพาะบริเวณแนวไรผมหรือส่วนที่รับน้ำหนักมาก
- หนังศีรษะอักเสบ : บางคนอาจมีอาการแพ้กาวต่อผมหรือโลหะในวงแหวน ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของหนังศีรษะ รวมถึงอาการระคายเคือง แดง หรือคัน
- ผมพันกันและผมขาดหลุดร่วง : กรณีที่แปรงผมไม่ถูกวิธีหรือปล่อยให้ผมพันกันเป็นเวลานาน อาจทำให้ทั้งผมจริงและผมต่อขาดหลุดร่วมกัน
- ผมบางลงอย่างไม่รู้ตัว : หากต่อผมซ้ำ ๆ โดยไม่เว้นช่วงให้ผมจริงได้ฟื้นตัว หรือถอดผมต่อโดยไม่ระวัง อาจทำให้เส้นผมบางลงเรื่อย ๆ โดยไม่ทันสังเกต

เคล็ดลับดูแลผมต่อให้คงทนและไม่ทำร้ายผมจริง
นอกจากการตัดสินใจว่าควรต่อผมแบบไหนดีที่เข้ากับสภาพหนังศีรษะและไลฟ์สไตล์ที่สุด รวมถึงเลือกช่างที่ได้มาตรฐานแล้ว การดูแลเส้นผมอย่างต่อเนื่องภายหลังต่อผมเสร็จแล้วก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะหากละเลย ไม่เพียงแต่ผมต่อจะอยู่ได้ไม่นาน แต่ยังเสี่ยงทำร้ายเส้นผมและหนังศีรษะแท้ ๆ ของคุณอีกด้วย โดยวิธีดูแลผมต่ออย่างถูกต้องมีดังนี้
- ใช้หวีซี่ห่างหรือหวีไม้ : หวีประเภทนี้จะลดแรงต้านระหว่างเส้นผม ช่วยให้หวีได้ลื่นขึ้น ไม่ดึงรั้งบริเวณที่ต่อผม ซึ่งเป็นจุดที่อ่อนแอและเสี่ยงหลุดได้ง่ายที่สุด
- หลีกเลี่ยงการสระผมบ่อยเกินไป : ควรสระไม่เกิน 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ เพื่อไม่ให้กาวหรือเทปต่อผมเสื่อมสภาพเร็ว และยังช่วยลดความมันที่อาจทำให้ผมต่อหลุดง่าย
- ห้ามนอนทั้งที่ผมเปียกหรือผมพันกัน : ความชื้นและแรงเสียดสีขณะนอนหลับจะทำให้เส้นผมอ่อนแอ ขาดง่าย และเกิดเชื้อราบนหนังศีรษะได้
- ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผมเฉพาะที่ไม่มีซิลิโคนหนัก : เพราะซิลิโคนจะเคลือบเส้นผมและรอยต่อ ทำให้ผลิตภัณฑ์ลื่นติดไม่อยู่ และสะสมสิ่งตกค้างจนผมต่อหลุดง่าย
- หลีกเลี่ยงการย้อม ดัด หรือยืดผมในบริเวณที่ต่อผม : เพราะสารเคมีอาจทำลายวัสดุที่ใช้ในการต่อ และยังเสี่ยงให้ผมต่อพันกันหรือเปราะแตก
- ตัดสินใจถอดหรือต่อใหม่ทันที หากรู้สึกตึง เจ็บ หรือระคายเคืองหนังศีรษะ : อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณว่าผมต่อแน่นเกินไป หรือเกิดการอักเสบ ควรรีบถอดเพื่อป้องกันปัญหารุนแรง
ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจต่อผม
เพราะการต่อผมไม่ใช่แค่เรื่องความสวยงาม ดังนั้น จึงควรคำนึงถึงสุขภาพผมและหนังศีรษะ เพื่อไม่ให้การต่อผมมีข้อเสียในระยะยาว โดยข้อควรระวังที่สำคัญมีดังนี้
- เลือกร้านที่มีใบรับรองและรีวิวดีจากลูกค้าร้านที่มีช่างต่อผมที่ผ่านการอบรมเฉพาะทางจะช่วยให้คำแนะนำว่าควรต่อผมแบบไหนดี รวมถึงมีทักษะด้านการต่อผมที่ดี ลดความเสี่ยงเรื่องการต่อผิดเทคนิค ออกแรงดึงมากเกินไป หรือใช้วัสดุคุณภาพต่ำ ซึ่งเป็นต้นเหตุของผมร่วงและหนังศีรษะอักเสบได้
- ตรวจสอบสุขภาพผมจริงก่อนว่ารองรับการต่อผมได้หรือไม่หากคุณมีผมบาง หนังศีรษะมันง่าย หรือรากผมไม่แข็งแรง อาจไม่เหมาะกับการต่อผมในบางเทคนิค โดยเฉพาะแบบที่ใช้ความร้อนหรือแรงดึงสูง
- ควรเว้นระยะ 2-3 เดือนระหว่างการต่อใหม่ เพื่อให้ผมจริงได้พักการต่อผมซ้ำ ๆ โดยไม่เว้นช่วงให้ผมจริงได้พัก อาจทำให้รากผมอ่อนล้า จนเกิดภาวะผมบางถาวรในบางบริเวณ
- หากมีภาวะหนังศีรษะอักเสบ เป็นรังแคหนัก หรือเชื้อราหนังศีรษะ ควรรักษาก่อนต่อผมเพราะผมต่อจะปิดบังหนังศีรษะ ทำให้ปัญหาที่มีอยู่แย่ลงและยากต่อการรักษา เช่น ความชื้นสะสม การติดเชื้อ หรืออาการแพ้ยิ่งรุนแรง
หากคุณกำลังพึ่งพาการต่อผมเพื่อปกปิดปัญหาผมบางหรือศีรษะล้านอยู่เป็นประจำ อาจถึงเวลาที่ต้องพิจารณาทางเลือกที่ยั่งยืนกว่า อย่างการปลูกผมถาวร ไม่ว่าจะปลูกผมเทคนิค FUT หรือเทคนิคอื่น ๆ โดยที่ Grow & Glow Clinic การปลูกผมไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่คือการออกแบบแนวไรผมให้เป็นธรรมชาติ และดูดีในระยะยาว โดยแพทย์หญิงภัทรา ภิญโญภาวศุทธิ (หมอเบนซ์) แพทย์ชำนาญการด้านการปลูกผมที่ได้รับการรับรองจากสถาบันปลูกผมระดับนานาชาติ ดูแลทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง ลงทะเบียนเพื่อรับคำปรึกษาฟรีวันนี้ที่ LINE: @clinicgrowandglow หรือโทร. 084-501-9989
ข้อมูลอ้างอิง
- How to prevent hair damage from a weave or extensions. สืบค้นเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2568 จาก https://www.aad.org/public/diseases/hair-loss/insider/stop-damage/prevent-hair-damage-weave-extensions.