หัวเหม็นเกิดจากอะไร ? บอกครบตั้งแต่สาเหตุถึงวิธีแก้
กลิ่นตัวอาจยังพอกลบเกลื่อนได้ด้วยน้ำหอม แต่กลิ่นจากหนังศีรษะหรือที่หลายคนเรียกกันติดปากว่า “หนังหัวเหม็น” กลับเป็นปัญหาที่ซ่อนยากและมักรบกวนจิตใจในชีวิตประจำวันอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นช่วงระหว่างประชุม ใกล้ชิดคนรอบข้าง หรือต้องใช้ชีวิตกลางแจ้ง โดยหนังศีรษะที่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์อาจทำให้หมดความมั่นใจจนส่งผลต่อบุคลิกภาพและความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง แต่ข่าวดีคือ ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องธรรมชาติที่ต้องยอมรับ เพราะ “หนังหัวเหม็น” มักเกิดจากสาเหตุเฉพาะที่สามารถรักษา และป้องกันได้หากเข้าใจว่าหัวเหม็นเกิดจากอะไรตั้งแต่ต้นตอ

หนังศีรษะเหม็นคืออะไร ?
สำหรับใครที่สระผมเป็นประจำ แต่ยังรู้สึกว่าหนังศีรษะมีกลิ่นอับ หรือบางครั้งมีกลิ่นเปรี้ยวคล้ายเหงื่อหมักหมม อาการเหล่านี้อาจบ่งชี้ถึงภาวะที่เรียกว่า Scalp Odor หรือ “กลิ่นจากหนังศีรษะ” โดยมีสาเหตุหลักจากการสะสมของน้ำมันจากต่อมไขมัน เหงื่อ เชื้อแบคทีเรีย ยีสต์ Malassezia รวมถึงเซลล์ผิวที่ตายแล้ว โดยเมื่อรวมตัวกันในสภาวะอากาศร้อนชื้น บวกกับการทำกิจกรรมที่ทำให้ศีรษะมีเหงื่อ เช่น ออกกำลังกาย อยู่กลางแจ้ง หรือใส่หมวกเป็นเวลานาน ก็จะทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ชัดเจน
ปัญหาหนังหัวเหม็นเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง วัยใดก็ตาม และมักจะรุนแรงขึ้นในช่วงที่อากาศร้อนหรือมีความชื้นสูง กลิ่นที่เกิดขึ้นอาจมีลักษณะแตกต่างกันไป ตั้งแต่กลิ่นเปรี้ยว กลิ่นคาว ไปจนถึงกลิ่นคล้ายเนื้อเปื่อย ขึ้นอยู่กับว่าหัวเหม็นเกิดจากอะไร รวมถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
สาเหตุที่ทำให้หนังศีรษะมีกลิ่น
- ต่อมไขมันทำงานมากเกินไป (Seborrhea) : ภาวะนี้พบได้บ่อยในผู้ที่มีหนังศีรษะมัน หรือมีภาวะฮอร์โมนแปรปรวน ส่งผลให้ไขมัน (Sebum) สะสมมากเกินไปและกลายเป็นอาหารของแบคทีเรียและเชื้อรา
- เชื้อรา Malassezia เจริญเติบโตผิดปกติ : เชื้อยีสต์ชนิดนี้มีอยู่ตามธรรมชาติบนหนังศีรษะ แต่หากมีความชื้น ความมัน หรือความร้อนมากเกินไป อาจทำให้เชื้อราเติบโตเกินควบคุม ก่อให้เกิดกลิ่นเฉพาะตัวที่คล้ายกลิ่นเปรี้ยวหรือกลิ่นหมัก
- สระผมไม่สะอาด หรือไม่บ่อยพอ : การไม่ล้างแชมพูออกหมด ไม่ค่อยสระผม หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับสภาพหนังศีรษะ ล้วนส่งผลให้สิ่งสกปรกตกค้าง เป็นแหล่งหมักหมมของกลิ่นที่ทำให้หนังหัวเหม็นได้ง่าย
- การใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมมากเกินไป : ผลิตภัณฑ์อย่างแว็กซ์ เจล สเปรย์ฉีดผม หากใช้บ่อยโดยไม่ทำความสะอาดอย่างถูกวิธี จะเคลือบหนังศีรษะจนปิดกั้นการระบายของรูขุมขน ทำให้เกิดการหมักหมมและหนังหัวเหม็น
- ฮอร์โมนและปัจจัยภายในร่างกาย : ฮอร์โมนแอนโดรเจนที่มีผลต่อการผลิตไขมันอาจเปลี่ยนแปลงในช่วงวัยรุ่น ช่วงมีประจำเดือน หรือในผู้ที่มีความเครียดสะสม ก็อาจกระตุ้นให้หนังศีรษะผลิตไขมันมากขึ้นและมีกลิ่น
- ปัญหาสุขภาพบางอย่าง : บางครั้งกลิ่นจากหนังศีรษะอาจสัมพันธ์กับโรคผิวหนัง เช่น โรคผื่นแพ้สัมผัส, โรคสะเก็ดเงิน, โรคหนังศีรษะอักเสบเรื้อรัง (Seborrheic Dermatitis) หรือแม้แต่ภาวะการติดเชื้อแบคทีเรียอย่าง Folliculitis (รูขุมขนอักเสบ)
หนังหัวเหม็นส่งผลต่อสุขภาพผมจริงหรือ ?
แน่นอนว่าปัญหาหนังหัวเหม็นไม่ได้หยุดแค่เรื่องกลิ่น แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของเส้นผมในระยะยาวอีกด้วย โดยสามารถแบ่งเป็นข้อ ๆ ได้ดังนี้
- ทำให้รากผมอ่อนแอและหลุดร่วงง่ายการอักเสบเรื้อรังจากเชื้อโรคทำให้รูขุมขนเกิดการเสื่อมสภาพ เส้นผมจึงเปราะบางและหลุดร่วงเร็วกว่าปกติ
- เพิ่มความเสี่ยงต่อรังแคเรื้อรังความมันและการสะสมของเชื้อราทำให้รังแคเกิดขึ้นบ่อยและรุนแรง โดยเฉพาะรังแคแบบเปียก (Oily Dandruff) ซึ่งควบคุมได้ยาก
- ทำให้ผมมันเกินไปจนจัดทรงยากหนังศีรษะที่มันจัดไม่เพียงทำให้เส้นผมลีบแบน แต่ยังทำให้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมไม่ติดหรือหลุดออกได้ง่าย
- กระตุ้นให้ผมบางลงโดยไม่รู้ตัวหากปล่อยให้กลิ่นและปัญหาที่ต้นตอเรื้อรังต่อไป อาจเร่งให้เกิดภาวะผมบางถาวรในจุดที่ได้รับผลกระทบ

วิธีดูแลและแก้ไขปัญหาหนังศีรษะมีกลิ่นอย่างถูกวิธี
- ใช้แชมพูสูตรอ่อนโยนแต่ล้างความมันได้ดี : เลือกแชมพูที่ไม่มีสารซัลเฟต (Sulfate-Free) แต่สามารถชะล้างไขมันส่วนเกินออกได้ โดยควรมีส่วนผสมจาก Tea Tree Oil, Zinc หรือ Salicylic Acid เพื่อช่วยควบคุมเชื้อโรค
- หมั่นสระผมเมื่อเหงื่อออกมาก : โดยเฉพาะหลังออกกำลังกายหรืออยู่กลางแดดเป็นเวลานาน ควรรีบสระผมหรือล้างเหงื่อที่หนังศีรษะทันที เพื่อลดการหมักหมม
- ใช้น้ำอุณหภูมิปกติล้างผม : หนึ่งในวิธีแก้หนังหัวเหม็นที่ง่ายที่สุดคือ หลีกเลี่ยงการใช้น้ำอุ่นจัด เพราะจะกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้น ควรใช้น้ำเย็นหรือน้ำอุณหภูมิห้องแทน
- หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมหนัก ๆ ทุกวัน : ผลิตภัณฑ์ที่เหนียวหรือมีซิลิโคนสูง ควรใช้เฉพาะในโอกาสสำคัญ และต้องล้างออกให้สะอาดทุกครั้งก่อนนอน
- ใช้ทรีตเมนต์หรือโทนิกลดแบคทีเรียบนหนังศีรษะ : สามารถใช้โทนิกที่มีส่วนผสมของสมุนไพร เช่น Rosemary, Peppermint หรือสารต้านเชื้อแบคทีเรียเพื่อฟื้นฟูสมดุลหนังศีรษะ
- ปรึกษาแพทย์หากปัญหายังไม่ดีขึ้น : หากลองวิธีแก้หนังหัวเหม็นข้างต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้น หรือมีกลิ่นร่วมกับอาการอักเสบ คัน แสบ หรือมีผื่น ควรรีบปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง
หนังศีรษะที่มีกลิ่นไม่เพียงกระทบความมั่นใจ แต่ยังอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของปัญหาผมร่วง ผมบาง หรือแม้แต่ศีรษะล้านในระยะยาว ดังนั้น ถ้าคุณเริ่มรู้สึกว่าผมหลุดร่วงมากกว่าปกติหรือบางลงจนสังเกตได้ การดูแลเพียงแค่ภายนอกอาจไม่เพียงพออีกต่อไป Grow & Glow Clinic คลินิกปลูกผมถาวรที่ดูแลโดยแพทย์หญิงภัทรา ภิญโญภาวศุทธิ (หมอเบนซ์) พร้อมวางแผนฟื้นฟูเส้นผมอย่างตรงจุด โดยใช้เทคนิคและมาตรฐานระดับสากล กรอกฟอร์มเพื่อรับคำปรึกษาออนไลน์ฟรีกับหมอเบนซ์ได้เลยวันนี้ หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ LINE: @clinicgrowandglow หรือโทร. 084-501-9989
ข้อมูลอ้างอิง
- What’s Causing My Scalp to Smell and How Do I Treat It?. สืบค้นเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2568 จาก https://www.healthline.com/health/smelly-scalp