กราฟผมคืออะไร สำคัญอย่างไรกับผลลัพธ์ของการปลูกผม ?
Key Takeaways
กราฟผม คือ กอรากผมที่ใช้เป็นหน่วยหลักในการวางแผนปลูกผม ไม่ใช่จำนวนเส้นผมโดยตรง โดยปลูกผม 1 กราฟ อาจมีเส้นผมประมาณ 1-4 เส้น ขึ้นอยู่กับลักษณะรากผมของแต่ละบุคคล จำนวนกราฟที่เหมาะสมจึงต้องประเมินจากระดับผมบาง พื้นที่ศีรษะล้าน ความหนาแน่นที่ต้องการ คุณภาพกราฟบริเวณท้ายทอย และเทคนิคที่ใช้ ดังนั้น การปรึกษาแพทย์ก่อนปลูกผมจะช่วยให้คำนวณจำนวนกราฟได้อย่างแม่นยำ วางแผนค่าใช้จ่ายได้เหมาะสม และเพิ่มโอกาสได้ผลลัพธ์ที่ดูแนบเนียนในระยะยาว

การปลูกผมเป็นหนึ่งในหัตถการที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคปลูกผมถาวร FUE หรือเทคนิคปลูกผมถาวร FUT โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานที่เริ่มมีปัญหาผมร่วง ผมบาง แนวผมถอยร่น ศีรษะล้าน หรือมีรอยแผลเป็นบริเวณหนังศีรษะจากอุบัติเหตุ เพราะการปลูกผมสามารถช่วยเติมความหนาแน่นของเส้นผม ปรับกรอบหน้า และเสริมความมั่นใจให้กลับคืนมาได้ หากวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจปลูกผม หนึ่งในคำศัพท์ที่ควรทำความเข้าใจให้ชัดเจนคือ “กราฟผม” เพราะเป็นหน่วยที่ใช้ประเมินจำนวนรากผม พื้นที่ปลูกผม ความหนาแน่น ผลลัพธ์ที่คาดหวัง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการปลูกผม หลายคนที่กำลังศึกษาข้อมูลจึงมักมีคำถามว่า กราฟผมคืออะไร ปลูกผม 1 กราฟมีกี่เส้น ต้องปลูกผมกี่กราฟถึงจะเพียงพอ ไปจนถึงปลูกผมกราฟละเท่าไร บทความนี้มีคำตอบ
กราฟผมคืออะไร และการปลูกผม 1 กราฟมีกี่เส้น ?
กราฟผม คือ กอรากผมที่แพทย์สกัดออกมาจากแหล่งที่มีผมแข็งแรง หลายคนอาจเข้าใจว่าปลูกผม 1 กราฟคือการปลูกผม 1 เส้น แต่ในความเป็นจริงกราฟผมประกอบไปด้วยเส้นผม 1-4 เส้น ขึ้นอยู่กับเชื้อชาติ โดยคนไทยหรือคนเอเชียส่วนใหญ่ ใน 1 กราฟหรือ 1 กอมักจะมีผมอยู่ 1-3 เส้น ขณะที่คนเชื้อชาติตะวันตกจะมี 2-4 เส้น จำนวนกราฟจึงหมายถึงจำนวนกอผมไม่ใช่จำนวนเส้นผม

ดังนั้น เวลาไปปรึกษาแพทย์ ควรสอบถามให้ละเอียดถี่ถ้วนว่าคลินิกปลูกผมประเมินราคาตามจำนวนกอผมหรือจำนวนเส้นผม เช่น หากเราทำการปลูกผม 3,000 กราฟ โดยแต่ละกราฟมีเส้นผมจำนวน 2 เส้น หมายความว่า เราได้ทำการย้ายรากผมไป 3,000 กอ ด้วยเส้นผมทั้งหมด 6,000 เส้น
กราฟผมมีกี่ชนิด ?
หลัก ๆ แล้ว กราฟผมมีทั้งหมด 4 ชนิด ได้แก่
- กราฟผมชนิดที่ 1 จะมีเซลล์รากผม 1 เซลล์ และมีเส้นผม 1 เส้น เหมาะสำหรับการปลูกบริเวณแนวผมด้านหน้า เพื่อให้ดูอ่อนนุ่มและแนบเนียน
- กราฟผมชนิดที่ 2 จะมีเซลล์รากผม 2 เซลล์ และมีเส้นผม 2 เส้น เหมาะสำหรับบริเวณที่ต้องการเพิ่มความหนาแน่นระดับกลาง
- กราฟผมชนิดที่ 3 จะมีเซลล์รากผม 3 เซลล์ และมีเส้นผม 3 เส้น เหมาะสำหรับพื้นที่ที่ต้องการความแน่น เช่น ด้านหลังแนวผมหรือกลางศีรษะ
- กราฟผมชนิดที่ 4 จะมีเซลล์รากผม 4 เซลล์ และมีเส้นผม 4 เส้น มักใช้ในบริเวณที่ต้องการเพิ่มปริมาณเส้นผมให้ดูหนาแน่นมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะศีรษะล้านอย่างหนัก
ในการปลูกผม แพทย์จะคัดแยกกราฟตามจำนวนเส้นและนำไปจัดวางในตำแหน่งที่เหมาะสม เช่น บริเวณไรผมด้านหน้ามักใช้กราฟ 1 เส้นเป็นหลัก เพื่อให้แนวผมดูละมุน ไม่แข็งหรือหลอกตา ส่วนบริเวณถัดเข้าไปอาจใช้กราฟ 2-3 เส้น เพื่อช่วยเพิ่มมิติและความหนาแน่นให้ใกล้เคียงธรรมชาติ
สามารถนำกราฟผมจากส่วนไหนได้บ้าง ?
ส่วนใหญ่แพทย์มักจะเลือกใช้กราฟผมบริเวณท้ายทอยหรือหลังกกหู เพราะนอกจากจะเป็นบริเวณผมที่มีความหนาแน่นมาก ๆ แล้ว ยังเป็นบริเวณที่เส้นผมมีความแข็งแรง เพราะได้รับผลกระทบจากฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) น้อย ทำให้ผมในบริเวณดังกล่าวไม่ค่อยหลุดร่วงหรือเส้นเล็กลง จึงเหมาะสำหรับการนำมาใช้เป็นกราฟผม
อยากปลูกผม ต้องใช้กี่กราฟ ?
โดยปกติต้องปลูกผมกี่กราฟถึงจะได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ระดับศีรษะล้าน ขนาดพื้นที่ที่ต้องการปลูก ความหนาแน่นเดิมของเส้นผม ลักษณะเส้นผม ความคาดหวังของผลลัพธ์ และจำนวนกราฟที่สามารถนำออกจากบริเวณท้ายทอยได้อย่างปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม สามารถประเมินจำนวนกราฟในการปลูกผมง่าย ๆ ด้วยตัวเองคร่าว ๆ ได้ดังนี้
| ลักษณะปัญหาผมบางหรือศีรษะล้าน | จำนวนกราฟโดยประมาณ |
| แนวผมเว้าเป็นตัว M | 1,500-2,500 กราฟ |
| แนวผมเถิกร่นทั้งแนวเป็นรูปตัว U | 2,200-2,800 กราฟ |
| แนวผมเถิกร่นไปถึงบริเวณกลางศีรษะ | 3,000-3,500 กราฟ |
| ศีรษะเถิกร่นไปถึงส่วนที่เป็นกระหม่อม | 4,000-6,000 กราฟ |
ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงการประเมินเบื้องต้นเท่านั้น การคำนวณจริงควรให้แพทย์ประเมินแบบเคสต่อเคส โดยพิจารณาจากพื้นที่ปลูกผมเป็นตารางเซนติเมตร และคำนวณร่วมกับความหนาแน่นที่เหมาะสม เช่น จำนวนกราฟต่อตารางเซนติเมตร เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูแนบเนียนและปลอดภัยต่อการรอดของเซลล์กราฟผม
ตัวอย่างปลูกผม 3,000 กราฟ เหมาะกับเคสแบบไหน ?
การปลูกผม 3,000 กราฟ เป็นจำนวนที่พบได้ค่อนข้างบ่อยในผู้ที่มีปัญหาแนวผมร่นชัดเจน ร่วมกับผมบางบริเวณด้านหน้าหรือกลางศีรษะ โดยมักเหมาะกับเคสที่ไม่ได้ล้านทั้งศีรษะ แต่มีพื้นที่ที่ต้องการเติมความหนาแน่นมากกว่าการแก้ไขไรผมเล็กน้อย
ตัวอย่างเคสที่อาจเหมาะกับการปลูกผมประมาณ 3,000 กราฟ ได้แก่
- แนวผมด้านหน้าร่นลึกค่อนข้างมาก
- มีลักษณะหน้าผากกว้างจากผมบางหรือผมร่น
- ผมบางตั้งแต่แนวหน้าไปจนถึงกลางศีรษะ
- ต้องการปรับกรอบหน้าและเพิ่มความหนาแน่นในคราวเดียว
- มี Donor Area แข็งแรงเพียงพอสำหรับการนำกราฟออกมาใช้
ทั้งนี้ การปลูกผม 3,000 กราฟไม่ได้หมายความว่าจะให้ผลลัพธ์เหมือนกันทุกคน เพราะบางรายเส้นผมหนา กราฟมีหลายเส้น อาจดูแน่นกว่า ในขณะที่บางรายเส้นผมเล็กหรือกราฟมีเส้นผมเฉลี่ยน้อยกว่า อาจต้องใช้จำนวนกราฟมากขึ้นเพื่อให้ได้ความหนาแน่นใกล้เคียงกัน
ปลูกผม 1 ตารางเซนติเมตร ต้องใช้กี่กราฟ ?
โดยทั่วไป การปลูกผมใน 1 ตารางเซนติเมตรมักใช้ความหนาแน่นประมาณ 50-60 กราฟ และยังขึ้นอยู่กับลักษณะเส้นผม ความหนาแน่นเดิมของผมบริเวณใกล้เคียง และตำแหน่งที่ต้องการปลูก
ตัวอย่างการคำนวณเบื้องต้น เช่น
| พื้นที่ปลูกผมโดยประมาณ | ความหนาแน่น 50 กราฟ/ตร.ซม. | ความหนาแน่น 60 กราฟ/ตร.ซม. |
| 10 ตร.ซม. | 500 กราฟ | 600 กราฟ |
| 20 ตร.ซม. | 1,000 กราฟ | 1,200 กราฟ |
| 30 ตร.ซม. | 1,500 กราฟ | 1,800 กราฟ |
| 50 ตร.ซม. | 2,500 กราฟ | 3,000 กราฟ |
การประเมินจำนวนกราฟจึงไม่เพียงพิจารณาว่าศีรษะล้านมากหรือน้อย แต่ต้องดูขนาดพื้นที่ร่วมกับความหนาแน่นที่เหมาะสม หากมีพื้นที่ล้านเป็นบริเวณกว้างและต้องการความหนาแน่นสูง จำนวนกราฟที่ใช้ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
ทำไมถึงไม่ควรใช้กราฟผมเกิน 70-80 กราฟ ต่อ 1 ตารางเซนติเมตร ?
หลายคนอาจเข้าใจว่ายิ่งใส่กราฟมาก ผลลัพธ์จะยิ่งแน่นและยิ่งดี แต่ในทางการแพทย์ การปลูกผมที่ใช้ความหนาแน่นมากเกินไปไม่ได้เป็นผลดีเสมอไป เพราะทุกกราฟผมต้องอาศัยเลือดและสารอาหารจากหนังศีรษะเพื่อให้รอดและเติบโตหลังปลูก หากใส่กราฟผม 70-80 กราฟต่อตารางเซนติเมตร จึงอาจทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่ทั่วถึง ส่งผลให้อัตราการรอดของกราฟลดลง หรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการฟื้นตัวที่ไม่ดีเท่าที่ควร
โดยมาตรฐาน ความหนาแน่นประมาณ 50-60 กราฟต่อตารางเซนติเมตรถือว่าเพียงพอแล้วในการสร้างผลลัพธ์ที่ดูแนบเนียนสำหรับหลายเคส ทั้งนี้ แพทย์อาจปรับความหนาแน่นแตกต่างกันไปตามตำแหน่ง เช่น แนวผมด้านหน้า กลางศีรษะ หรือกระหม่อม
การปลูกผม FUE กับ FUT นำกราฟผมออกมาด้วยวิธีเดียวกันไหม ?

เทคนิคปลูกผม FUE และเทคนิค FUT เป็นเทคนิคที่ต่างกันในขั้นตอนการนำกราฟผมออกจากบริเวณท้ายทอย ดังนี้
- การปลูกผม FUE เป็นการเจาะนำกราฟผมออกมาทีละกอจากบริเวณ Donor Area แล้วนำไปคัดแยกและปลูกในบริเวณที่ต้องการ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงแผลยาวบริเวณท้ายทอย และต้องการแผลขนาดเล็กกระจายเป็นจุด ๆ
- ส่วนการปลูกผม FUT เป็นการผ่าตัดนำแถบหนังศีรษะจากบริเวณท้ายทอยออกมาก่อน จากนั้นจึงนำมาแบ่งเป็นกราฟผมภายใต้กล้องจุลทรรศน์ แล้วค่อยนำกราฟไปปลูกในบริเวณที่ต้องการ
แม้วิธีนำกราฟออกจะแตกต่างกัน แต่สุดท้ายแพทย์ก็ยังคงใช้จำนวนกราฟผมเป็นหน่วยหลักในการวางแผนปลูกผม ประเมินความหนาแน่น และคำนวณค่าใช้จ่ายให้เหมาะสมกับแต่ละเคส
ปลูกผมกราฟละเท่าไร ต้องเตรียมงบประมาณอย่างไร ?
ราคาปลูกผมในประเทศไทยอาจแตกต่างกันไปตามเทคนิคที่ใช้ จำนวนกราฟ ความยากง่ายของเคส ประสบการณ์ของแพทย์ ทีมผู้ช่วย มาตรฐานสถานพยาบาล และบริการดูแลหลังปลูกผม
โดยภาพรวม ราคาปลูกผมอาจอยู่ที่ประมาณหลักสิบถึงหลักร้อยบาทต่อกราฟ เช่น 30-120 บาทต่อกราฟ ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานพยาบาลและรายละเอียดการรักษา
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเลือกปลูกผมจากราคาถูกเพียงอย่างเดียว เพราะการปลูกผมเป็นหัตถการที่ต้องอาศัยความละเอียดสูง ตั้งแต่การออกแบบแนวผม การคัดกราฟ การจัดทิศทางและมุมองศาของเส้นผม ไปจนถึงการดูแลหลังทำ หากวางแผนไม่เหมาะสม อาจทำให้ผลลัพธ์ดูไม่แนบเนียน กราฟรอดน้อย หรือจำเป็นต้องแก้ไขในภายหลัง
ปัจจัยอะไรบ้างที่มีผลต่อจำนวนกราฟและค่าใช้จ่ายในการปลูกผม ?
จำนวนกราฟและค่าใช้จ่ายในการปลูกผมของแต่ละคนไม่เท่ากัน เนื่องจากต้องประเมินจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่
- ระดับผมบางหรือศีรษะล้าน หากพื้นที่กว้าง ย่อมต้องใช้จำนวนกราฟมากขึ้น
- ตำแหน่งที่ต้องการปลูก เช่น แนวผมด้านหน้า กลางศีรษะ หรือกระหม่อม
- ความหนาแน่นที่ต้องการ หากต้องการผลลัพธ์แน่นมาก อาจใช้กราฟมากขึ้น
- คุณภาพเส้นผม เช่น เส้นผมหนา เส้นผมเล็ก ผมหยักศก หรือผมตรง
- จำนวนเส้นผมเฉลี่ยต่อกราฟ เพราะบางคน 1 กราฟมีเส้นผมมากกว่าคนอื่น
- ความแข็งแรงของ Donor Area หากท้ายทอยมีกราฟจำกัด อาจต้องวางแผนอย่างรอบคอบ
- เทคนิคที่เลือกใช้ เช่น FUE หรือ FUT
- ประสบการณ์ของแพทย์และมาตรฐานทีมปลูกผม
- การดูแลหลังปลูกผมและโปรแกรมติดตามผล
การประเมินจำนวนกราฟจึงควรทำโดยแพทย์ที่มีความชำนาญการด้านการปลูกผม เพื่อให้ได้จำนวนกราฟที่เหมาะสม ไม่มากเกินไปจนกระทบต่ออัตราการรอด และไม่น้อยเกินไปจนผลลัพธ์ดูบางกว่าที่คาดหวัง
กราฟผมคือข้อมูลสำคัญที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจปลูกผม
การหาความรู้ก่อนตัดสินใจไปปรึกษาที่คลินิกปลูกผมถือเป็นการเตรียมตัวที่ดีมากอย่างหนึ่ง เพราะปัจจุบันมีคลินิกเปิดให้บริการมากมายด้วยจุดเด่นที่แตกต่างกันไป ควรเช็กให้ดีก่อนเลือกคลินิก เช่น ความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ ความสะอาดที่ได้รับมาตรฐานระดับโรงพยาบาล รวมถึงประสบการณ์ของแพทย์ด้วย
Grow & Glow Clinic พร้อมให้คำปรึกษาและประเมินจำนวนกราฟผมแบบเคสต่อเคส โดยจะได้รับการดูแลจากแพทย์หญิงภัทรา ภิญโญภาวศุทธิ (หมอเบนซ์) แพทย์ผู้ชำนาญการด้านการปลูกผม ที่ได้รับวุฒิบัตร ISHRS และ American Board of Hair Restoration Surgery (ABHRS) เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล ตั้งแต่การประเมินจำนวนกราฟ เทคนิคที่เหมาะสม ไปจนถึงการดูแลหลังปลูกผม เพื่อผลลัพธ์ที่ดูแนบเนียน ปลอดภัย และตอบโจทย์ความมั่นใจในระยะยาว
สามารถนัดหมายเข้ามาพูดคุยและปรึกษากับแพทย์เพื่อร่วมประเมินความพร้อมของร่างกายเบื้องต้นก่อนได้เลย หรือสอบถามเรื่องปลูกผมถาวรเพิ่มเติมได้ที่ :
- โทรศัพท์ : 084 501 9989
- LINE ID : @clinicgrowandglow
- Facebook Page : GROW & GLOW Clinic ปลูกผมถาวร