ผมมันแก้ยังไง ? รู้วิธีที่ทำได้ด้วยตัวเองที่นี่เลย

แพทย์หญิงภัทรา ภิญโญภาวศุทธิ (หมอเบนซ์) - เม.ย. 18, 2024

Table of Contents

10 วิธีลดผมมัน ตั้งแต่การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

สาว ๆ คนไหนกำลังเจอกับปัญหาผมมัน ที่ทำอย่างไรก็แก้ไม่หายสักที วันนี้ Grow & Glow Clinic เรามีเคล็ดลับดีๆ มาฝาก กับ 10 วิธีที่จะทำให้คุณมีผมนุ่มสลวย หมดปัญหาผมมันมากวนใความรู้สึกหงุดหงิดที่เพิ่งสระผมไปไม่ทันข้ามวัน แต่ผมกลับเริ่มมันเยิ้ม ลีบแบน และจับตัวเป็นช่อ คงเป็นปัญหาที่บั่นทอนความมั่นใจของใครหลายคนไม่น้อย โดยปัญหา “ผมมันง่าย” ไม่เพียงแต่ทำให้จัดแต่งทรงผมได้ยากและเสียบุคลิกภาพ แต่ยังอาจเป็นสัญญาณเตือนของสุขภาพหนังศีรษะที่ไม่สมดุล ซึ่งหากปล่อยไว้ อาจนำไปสู่ปัญหารังแค อาการคัน และผมร่วงตามมาได้ บทความนี้จะพาไปเจาะลึกถึงกลไกและสาเหตุว่าผมมันเกิดจากอะไร พร้อมรวบรวม 10 วิธีลดผมมัน ตั้งแต่การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการดูแลที่ต้นตอ เพื่อคืนความสมดุลให้หนังศีรษะ และฟื้นฟูเส้นผมให้กลับมานุ่มสลวย สุขภาพดีอีกครั้ง

ผมมันคืออะไร ? เข้าใจกลไกการผลิตไขมันบนหนังศีรษะ

ในทางการแพทย์ภาวะผมมัน หรือหนังศีรษะมัน (Seborrhea) เกิดจากการที่ “ต่อมไขมัน” (Sebaceous Glands) ที่อยู่ใต้ผิวหนังบริเวณรูขุมขน ผลิตน้ำมันที่เรียกว่า “ซีบัม” (Sebum) ออกมามากเกินความจำเป็น

โดยธรรมชาติแล้ว ซีบัมไม่ใช่ผู้ร้าย ซีบัมมีหน้าที่สำคัญในการให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติแก่เส้นผมและหนังศีรษะ ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันผิวจากมลภาวะและเชื้อแบคทีเรีย แต่เมื่อใดก็ตามที่ต่อมไขมันเหล่านี้ทำงานผิดปกติ และผลิตซีบัมออกมามากเกินไป ก็จะนำไปสู่ปัญหาผมมันง่าย หนังศีรษะอุดตัน และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อยีสต์ ซึ่งเป็นสาเหตุของรังแคและการอักเสบ

สาเหตุที่แท้จริงของปัญหาผมมัน

การที่ต่อมไขมันทำงานหนักผิดปกติมักมีปัจจัยกระตุ้นมาจากหลายสาเหตุ ทั้งจากภายในและภายนอกร่างกาย ดังนี้

ผมมันระดับไหนถึงเรียกว่า “ผิดปกติ” และควรพบแพทย์ ? 

การที่ผมเริ่มมันในช่วงเย็นหลังสระ หรือมันขึ้นในวันที่ 2 ถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากคุณมีอาการเหล่านี้ ถือเป็นสัญญาณว่าหนังศีรษะกำลังไม่สมดุลและควรได้รับการดูแลที่มากกว่าการเปลี่ยนแชมพู

  1. ผมมันเยิ้มเร็วมาก : สระผมตอนเช้า แต่ช่วงบ่ายผมเริ่มมันเยิ้มและลีบแบนแล้ว
  2. มีอาการคันรุนแรง : รู้สึกคันยิบ ๆ ตลอดเวลา แม้เพิ่งสระผมไป
  3. มีรังแคแผ่นเหลือง : พบรังแคที่มีลักษณะมัน เหนียว เป็นแผ่นสีเหลืองอ่อน ติดอยู่บนหนังศีรษะ (อาจเป็นสัญญาณของโรคผิวหนังอักเสบ Seborrheic Dermatitis หรือ “เซ็บเดิร์ม”)
  4. ผมมันร่วมกับผมร่วง : สังเกตเห็นปริมาณผมที่ร่วงมากขึ้นผิดปกติในขณะที่หนังศีรษะมันมาก

หากคุณมีอาการตั้งแต่ 2 ข้อขึ้นไป โดยเฉพาะข้อ 3 และ 4 นี่คือสัญญาณสำคัญว่าควรไปปรึกษาแพทย์ด้านเส้นผมและหนังศีรษะที่คลินิกรักษาผมร่วงหรือโรงพยาบาล

10 วิธีแก้ปัญหาผมมันง่าย ปรับพฤติกรรมเพื่อหนังศีรษะที่สมดุล

สำหรับผู้ที่มีปัญหาผมมันง่าย และกำลังสงสัยว่าผมมันแก้ยังไง หรือทำยังไงให้ผมไม่มัน สามารถนำการปรับพฤติกรรม 10 ข้อดังต่อไปนี้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ 

1. สระผมให้ถูกวิธี 

การสระผมที่ถูกต้อง คือการทำความสะอาดหนังศีรษะไม่ใช่การขยี้ที่เส้นผม โดยควรเทแชมพูลงบนฝ่ามือ ถูให้เกิดฟองเล็กน้อย แล้วจึงชโลมลงบนหนังศีรษะที่เปียก ใช้ ปลายนิ้ว (ห้ามใช้เล็บเกาเด็ดขาด เพราะจะทำให้หนังศีรษะอักเสบและผลิตน้ำมันมากขึ้น) นวดวนเบา ๆ ให้ทั่ว ส่วนฟองที่ไหลผ่านเส้นผมก็เพียงพอต่อการทำความสะอาดแล้ว และที่สำคัญคือต้องล้างออกให้สะอาดหมดจด ไม่ให้มีสารตกค้าง

วิธีลดผมมันที่ทำได้ง่ายคือสระผมให้ถูกวิธี

2. ใช้ครีมนวดผมเฉพาะปลายผม

ครีมนวดผมออกแบบมาเพื่อบำรุง “เกล็ดผม” (Hair Cuticle) ไม่ใช่ “หนังศีรษะ” (Scalp) การใช้ครีมนวดบริเวณโคนผมหรือหนังศีรษะโดยตรง เป็นสาเหตุของหนังศีรษะมันและทำให้ผมมันลีบแบน โดยควรชโลมครีมนวดหรือทรีตเมนต์เฉพาะช่วงกลางถึงปลายผมซึ่งเป็นส่วนที่แห้งเสียที่สุด และเว้นระยะห่างจากโคนผมอย่างน้อย 2-3 นิ้ว

3. เป่าหนังศีรษะให้แห้งด้วยลมเย็น

การปล่อยให้ผมแห้งเองในสภาพอากาศร้อนชื้น จะทำให้หนังศีรษะอับชื้นเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นสภาวะที่เชื้อราและแบคทีเรีย (โดยเฉพาะเชื้อยีสต์ Malassezia) เติบโตได้ดี ทำให้หนังศีรษะมันง่ายขึ้นและอาจมีกลิ่นอับ วิธีที่ถูกต้องคือหลังสระผมควรใช้ลมเย็นจากไดร์เป่าผม เป่าเน้นที่โคนผมและหนังศีรษะให้แห้งสนิทก่อนเสมอ ส่วนปลายผมจะปล่อยให้แห้งเองหรือเป่าต่อก็ได้

4. ลดการสัมผัสเส้นผมและหนังศีรษะโดยไม่จำเป็น

มือของเราเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียและไขมันจากธรรมชาติ การลูบผม, จับผม, เสยผม หรือแม้แต่การสางผมเล่นบ่อย ๆ ตลอดทั้งวัน เป็นการถ่ายเทความมันและสิ่งสกปรกจากมือไปยังเส้นผมโดยตรง และยังเป็นการกระตุ้นต่อมไขมันบนหนังศีรษะให้ทำงานมากขึ้น จึงควรพยายามลดการสัมผัสผมโดยไม่จำเป็น ผมจะมันช้าลงอย่างเห็นได้ชัด

การสัมผัสเส้นผมและหนังศีรษะโดยไม่จำเป็นคือสาเหตุผมมันง่าย

5. สระผมด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ

ความร้อนคือตัวกระตุ้นชั้นดีของต่อมไขมัน การสระผมด้วยน้ำอุ่นจัดหรือน้ำร้อน จะเป็นการชะล้างน้ำมันตามธรรมชาติออกมากเกินไป ทำให้หนังศีรษะเสียสมดุล และกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันชดเชยกลับออกมามากกว่าเดิม จึงควรใช้น้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำที่ค่อนข้างเย็นในการสระและล้างผม ซึ่งจะช่วยให้หนังศีรษะสดชื่นและช่วยปิดเกล็ดผมได้ดีกว่า

6. ลองเทคนิค Reverse Washing (สลับขั้นตอน)

สำหรับคนที่มีผมเส้นเล็กและมันง่ายมาก ๆ ลองสลับขั้นตอนการสระผมดู โดยเริ่มจากชโลมครีมนวดที่ปลายผมก่อน (ขณะผมเปียก) ทิ้งไว้ 1-2 นาที แล้วล้างออก จากนั้นจึงสระผมด้วยแชมพูตามปกติ วิธีนี้เรียกว่า Reverse Washing จะช่วยให้เส้นผมยังคงได้รับสารบำรุง แต่ลดการตกค้างของครีมนวดที่อาจทำให้ผมหนักและลีบแบน

7. สครับหนังศีรษะ 1-2 ครั้ง/สัปดาห์

เช่นเดียวกับผิวหน้า หนังศีรษะก็ต้องการการผลัดเซลล์ผิว การใช้สครับสำหรับหนังศีรษะโดยเฉพาะที่มีส่วนผสมเช่น Salicylic Acid หรือสครับจากธรรมชาติ จะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่า, ซีบัมที่แข็งตัวอุดตันรูขุมขน, และสิ่งตกค้างจากผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมทำให้รูขุมขนสะอาดล้ำลึกและสมดุลขึ้น แต่ไม่ควรทำบ่อยเกินไปเพราะอาจทำให้ระคายเคืองได้

8. เปลี่ยนปลอกหมอนและผ้าเช็ดตัวเป็นประจำ

ปลอกหมอนคือแหล่งสะสมชั้นดีของเหงื่อ, คราบไขมันจากหนังศีรษะ, เซลล์ผิวที่ตายแล้ว และแบคทีเรีย การนอนทับปลอกหมอนเดิมซ้ำ ๆ ก็เหมือนการนำผมที่สระสะอาดแล้วไปคลุกกับสิ่งสกปรกเดิม ดังนั้น ควรเปลี่ยนปลอกหมอนอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เช่นเดียวกับผ้าเช็ดตัว ก็ไม่ควรใช้ซ้ำกันหลายครั้ง

การหมั่นเปลี่ยนปลอกหมอนคือวิธีลดผมมัน

9. ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของซิลิโคนหรือน้ำมัน

คนผมมันง่ายควรระมัดระวังผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม หรือเซรั่มบำรุงผมที่มีส่วนผสมของซิลิโคนชนิดหนัก (เช่น Dimethicone) หรือออยล์ที่อุดตันง่าย (เช่น Mineral Oil) ส่วนผสมเหล่านี้จะเคลือบเส้นผมและหนังศีรษะ ทำให้เกิดการสะสม ล้างออกยาก และดึงดูดฝุ่นละออง ทำให้ผมมันและลีบแบนเร็วยิ่งขึ้น จึงควรมองหาผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่า “Oil-Free” หรือ “Non-Comedogenic”

10.ทำความสะอาดหวีที่ใช้เป็นประจำ

หวีและแปรงที่เราใช้ทุกวันเต็มไปด้วยเส้นผมที่หลุดร่วง, ฝุ่น, รังแค และคราบไขมันที่สะสม หากเราไม่ทำความสะอาด เมื่อนำกลับมาหวี ก็เท่ากับเรานำสิ่งสกปรกกลับมาสู่ผมที่สะอาดแล้ว จึงควรกำจัดเส้นผมออกจากหวีทุกวัน และนำหวีไปล้างทำความสะอาด (แช่ด้วยสบู่หรือแชมพู) อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

แนะนำไอเทมแก้ผมมันระหว่างวัน 

ในวันที่เร่งรีบ ผมเริ่มมันระหว่างวัน และคิดไม่ตกว่าจะทำยังไงให้ผมไม่มันแบบเร่งด่วน ไอเทมเหล่านี้สามารถช่วยคุณได้ 

วิธีลดผมมันด้วยการปรับพฤติกรรมและดูแลหนังศีรษะตามเคล็ดลับ 10 ข้อข้างต้น คือหัวใจสำคัญของการลดความมันและทำให้ผมกลับมานุ่มสลวย แต่สำหรับบางท่านที่ทำตามเคล็ดลับทั้งหมดแล้วยังรู้สึกว่า หนังศีรษะยังมันเยิ้มเร็ว, มีอาการคันเรื้อรัง, หรือที่สำคัญที่สุดคือสังเกตเห็นว่าผมร่วงมากขึ้นจนผมโดยรวมดูบางลง ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่การดูแลเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นสัญญาณของ “ภาวะหนังศีรษะอักเสบ” (Seborrheic Dermatitis) หรือความไม่สมดุลของต่อมไขมันที่ซ่อนอยู่ ดังนั้น การฟื้นฟูสมดุลหนังศีรษะและรากผมให้กลับมาแข็งแรงคือการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ 

ที่ Grow & Glow Clinicคลินิกให้บริการปลูกผมและรักษาผมร่วงในกรุงเทพฯ เราเข้าใจดีว่าพื้นฐานของทรงผมที่สวยงามมาจากสุขภาพหนังศีรษะและรากผมที่แข็งแรง ทุกเคสดูแลโดย แพทย์หญิงภัทรา ภิญโญภาวศุทธิ (หมอเบนซ์) แพทย์ชำนาญการด้านการปลูกผม (Hair Restoration Surgery) ที่ได้รับการรับรองจากสถาบันปลูกผมระดับนานาชาติ ซึ่งจะช่วยประเมินและวินิจฉัยต้นตอของภาวะหนังศีรษะมัน และออกแบบแนวทางรักษาเฉพาะบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการปรับสมดุลหนังศีรษะ (Scalp Treatment), การใช้ยา, หรือการรักษาภาวะผมบางที่เกิดร่วมกันด้วย Meso Hair Grow, PRP (Platelet-Rich Plasma) หรือ LLLT (Low-Level Laser Therapy) เพื่อฟื้นฟูหนังศีรษะให้กลับมาสมดุล แข็งแรง และช่วยให้เส้นผมกลับมาหนาแน่น มีชีวิตชีวาอีกครั้ง

กรอกฟอร์มวันนี้เพื่อรับคำปรึกษาออนไลน์กับคุณหมอ ฟรี สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ LINE: @clinicgrowandglow หรือโทร. 084-501-9989

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปัญหาผมมันง่าย (FAQs)

แพทย์หญิงภัทรา ภิญโญภาวศุทธิ (หมอเบนซ์)

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกผมและศัลยกรรมเส้นผมที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปี ปริญญาโทด้านตจวิทยา (ผิวหนัง) จาก King's College London ได้รับการรับรองจาก American Board of Hair Restoration Surgery และเป็นสมาชิก ISHRS หมอเบนซ์มีประสบการณ์การทำงานที่ DHT Clinic และโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และปัจจุบันให้บริการที่คลินิกปลูกผม Grow & Glow โดยมุ่งเน้นการรักษามาตรฐานระดับสากล


ปรึกษาออนไลน์ฟรีกับคุณหมอ