Zinc ช่วยบำรุงผมจริงไหม แก้ปัญหาผมแบบไหนได้บ้าง ?
Key Takeaway
ซิงก์ (Zinc) เป็นแร่ธาตุสำคัญที่มีส่วนช่วยในการสร้างโปรตีนเคราตินและซ่อมแซมเซลล์รากผม การรับประทาน Zinc มีส่วนช่วยลดผมร่วงและบำรุงเส้นผมให้แข็งแรงขึ้นได้จริงในกรณีที่ร่างกายมีภาวะผมร่วงจากการขาดสารอาหาร อย่างไรก็ตาม แร่ธาตุชนิดนี้ไม่ใช่ยาครอบจักรวาลที่สามารถรักษาภาวะศีรษะล้านจากกรรมพันธุ์ได้ การรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยเสริมสร้างให้เส้นผมมีวอลลุ่มและมีสุขภาพดี แต่หากมีปัญหาผมร่วงรุนแรงหรือมีร่องแสกกว้าง ควรพบแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการปลูกผมเพื่อประเมินหาสาเหตุที่แท้จริงและรับการรักษาที่ต้นเหตุ
หากถามถึงวิตามินหรือแร่ธาตุที่มีส่วนช่วยในการแก้ผมร่วง นอกจากไบโอติน (Biotin) แล้ว เชื่อว่าหลายคนจะต้องนึกถึงแร่ธาตุสังกะสี หรือที่นิยมเรียกกันว่า “ซิงค์” (Zinc) อย่างแน่นอน เพราะเป็นแร่ธาตุที่ขึ้นชื่อเรื่องการบำรุงสุขภาพในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นลดการอักเสบของสิว แก้ผมร่วง เสริมสมรรถภาพทางเพศของผู้ชาย กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน และป้องกันการติดเชื้อไวรัส
แล้วแร่ธาตุสังกะสี หรือ Zinc ช่วยรักษาผมร่วงได้จริงหรือไม่ ? หรือแค่หลายคนคิดไปเอง ? ในบทความนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับ Zinc ให้มากขึ้น
ซิงค์ (Zinc) คืออะไร ?
Zinc หรือ สังกะสี คือ แร่ธาตุที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของเราอย่างมาก เพราะจะมีส่วนช่วยในการทำงานของเอนไซม์ต่าง ๆ ในร่างกายกว่า 300 ชนิด รวมถึงช่วยให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นระบบการเผาผลาญ การสร้างโปรตีน การสังเคราะห์สารพันธุกรรม ระบบสืบพันธุ์ ระบบประสาท ระบบฮอร์โมน และระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างปกติ ถ้าหากร่างกายขาด Zinc ไป ก็จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายโดยรวมอย่างมาก
คุณประโยชน์ของ Zinc มีอะไรบ้าง ?
Zinc มีประโยชน์ต่อร่างกายหลากหลายด้านมาก ยกตัวอย่างเช่น
- ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตและฟื้นฟูบาดแผล
- ช่วยต้านการอักเสบในร่างกาย
- ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน
- มีส่วนช่วยในการลดการอักเสบของสิวและผิวหนัง
- ช่วยเสริมสร้างฮอร์โมนเพศชาย และเพิ่มจำนวนของอสุจิ
Zinc ช่วยอะไรผมบ้าง ?
หลายคนอาจสงสัยว่าในเชิงลึกแล้ว Zinc ช่วยอะไรกับเส้นผม และบำรุงผมได้อย่างไร ซึ่งหลัก ๆ แล้วจะมีกลไกในการดูแลหนังศีรษะและเส้นผม ดังต่อไปนี้
- สร้างโปรตีนเคราติน (Keratin) : เส้นผมของคนเราประกอบด้วยโปรตีนเคราตินเป็นหลัก ซึ่ง Zinc เป็นกลไกสำคัญในกระบวนการสังเคราะห์โปรตีนและแบ่งเซลล์ ช่วยให้เส้นผมที่งอกใหม่มีความสมบูรณ์ แข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่าย
- ซ่อมแซมเซลล์รากผม : ช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อบริเวณหนังศีรษะและรากผมที่เสื่อมสภาพให้กลับมาทำงานได้ตามปกติ
- ควบคุมการทำงานของต่อมไขมัน : ช่วยรักษาสมดุลของการผลิตน้ำมันบนหนังศีรษะ ลดภาวะหนังศีรษะมันและรังแค ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้รากผมอักเสบ
- ลดการอักเสบ : มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยปลอบประโลมหนังศีรษะ ทำให้สภาพแวดล้อมเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม
Zinc รักษาผมร่วงได้จริงไหม เหมาะกับผมร่วงแบบไหน ?
คำตอบคือ “Zinc ช่วยแก้ผมร่วงได้เฉพาะในกรณีที่เกิดจากภาวะขาดแร่ธาตุ Zinc หรือขาดสารอาหารเท่านั้น” เมื่อร่างกายขาดแร่ธาตุสังกะสี โครงสร้างโปรตีนในรูขุมขนจะอ่อนแอลง ทำให้วงจรชีวิตของเส้นผมผิดปกติ เข้าสู่ระยะพักตัวและหลุดร่วงเร็วกว่ากำหนด (Telogen Effluvium) การรับประทาน Zinc เข้าไปในปริมาณที่เพียงพอ จะมีส่วนช่วยฟื้นฟูรากผมให้แข็งแรง วงจรเส้นผมกลับสู่ภาวะปกติ และลดปริมาณเส้นผมที่ร่วงได้
อย่างไรก็ตาม ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า Zinc ไม่ได้ลดผมร่วงแบบครอบจักรวาล หากคุณรับประทานไประยะหนึ่งแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น สาเหตุที่แท้จริงอาจจะไม่ได้มาจากโภชนาการ แต่มาจากปัจจัยอื่น ๆ อย่างกรรมพันธุ์ จึงควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยถึงสาเหตุที่แท้จริง
ประเภทของผมร่วงที่ Zinc ช่วยได้ และเคสที่ควรพบแพทย์
ผมร่วงที่ Zinc ช่วยลดผมร่วงได้โดยตรง
- ผมร่วงจากการลดน้ำหนักหรือควบคุมอาหารอย่างหนัก (Malnutrition)
- ผมร่วงหลังคลอดบุตร ซึ่งร่างกายสูญเสียแร่ธาตุ
- ผมร่วงจากภาวะความเครียดสะสมบางกรณี
- ผมร่วงจากการฟื้นไข้ หรือหลังการเจ็บป่วยหนัก
ผมร่วงที่ Zinc เป็นเพียงตัวช่วยบำรุงผม ไม่ใช่แนวทางการรักษาหลัก
- ภาวะผมร่วง ศีรษะล้านจากกรรมพันธุ์และฮอร์โมน (Androgenetic Alopecia – AGA)
- ผมร่วงเป็นหย่อมจากโรคระบบภูมิคุ้มกัน (Alopecia Areata)
- ผมร่วงจากโรคไทรอยด์หรือโรคประจำตัวอื่น ๆ

เราจะหา Zinc ได้จากที่ไหน ?
Zinc เป็นแร่ธาตุที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นมาเองได้ จำเป็นต้องได้รับจากการรับประทานอาหารที่มี Zinc เท่านั้น โดยสามารถพบได้จากอาหารหลากหลายชนิด ตัวอย่างเช่น
- หอยนางรม เป็นแหล่งที่มีปริมาณ Zinc สูงที่สุด
- เนื้อสัตว์ เนื้อวัว เนื้อหมู ไก่ โดยควรเลือกส่วนที่ไม่ติดมัน
- อาหารทะเล ปู กุ้ง กุ้งมังกร
- ไข่และผลิตภัณฑ์จากนม ไข่ไก่ นม โยเกิร์ต ชีส
- ธัญพืชและถั่ว เมล็ดฟักทอง งา ถั่วลูกไก่ อัลมอนด์ ข้าวโอ๊ต

เราควรได้รับ Zinc ในปริมาณเท่าไรต่อวัน ถ้ารับประทานมากไปเป็นอันตรายไหม ?
ตามมาตรฐานปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคประจำวัน ร่างกายผู้ใหญ่ต้องการ Zinc ในปริมาณที่แตกต่างกัน ดังนี้
- ผู้ชาย ประมาณ 15 มิลลิกรัม
- ผู้หญิง ประมาณ 12 มิลลิกรัม
อย่างไรก็ตาม ปริมาณสูงสุดไม่ควรรับประทานเกิน 40 มิลลิกรัมต่อวัน การรับประทานอาหารเสริม Zinc เกินขนาดติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจส่งผลเสียต่อร่างกาย ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย และรบกวนการดูดซึมแร่ธาตุสำคัญชนิดอื่น ๆ เช่น ทองแดง และธาตุเหล็ก ทำให้ร่างกายเสียสมดุลได้
เลือกอาหารเสริม Zinc ยังไงให้ปลอดภัย ไม่เกินขนาด ?
หากประเมินแล้วว่าตนเองได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ และต้องการรับประทาน Zinc เพื่อลดผมร่วง ควรมีหลักการเลือกและรับประทานดังนี้
- เช็กปริมาณต่อเม็ด : อ่านฉลากโภชนาการให้แน่ใจว่าปริมาณ Zinc ต่อ 1 แคปซูล ไม่เกินความต้องการของร่างกาย โดยทั่วไปผลิตภัณฑ์ในไทยมักจัดปริมาณไว้ที่ 15 มิลลิกรัมต่อ 1 แคปซูล
- รับประทานพร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันที : เพื่อลดอาการระคายเคืองกระเพาะอาหารและอาการคลื่นไส้
- หลีกเลี่ยงการรับประทานคู่กับแร่ธาตุบางชนิด : อย่างแคลเซียมหรือธาตุเหล็กในโดสสูง เพราะจะแย่งกันดูดซึมในลำไส้
- ปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทาน : ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาปฏิชีวนะเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มรับประทานอาหารเสริมทุกชนิด
สรุปแล้ว Zinc ช่วยแก้ผมร่วงได้จริงไหม ?
Zinc เป็นแร่ธาตุที่มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของเส้นผมและเล็บ โดยมีส่วนสำคัญในการสร้างเซลล์ใหม่ ช่วยซ่อมแซมผมและเล็บที่อ่อนแอให้เจริญเติบโตและแข็งแรงขึ้นได้ นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยในการควบคุมการทำงานของต่อมไขมันบนหนังศีรษะ ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการผมขาดหลุดร่วงได้ หากอาการผมร่วงของคุณเกิดจากการที่ร่างกายได้รับ Zinc ในปริมาณที่ไม่เพียงพอต่อวัน การรับประทาน Zinc ก็สามารถช่วยแก้ปัญหาผมร่วงได้

อย่างไรก็ตาม หากรับประทาน Zinc ติดต่อกันแล้วอาการผมร่วงไม่ดีขึ้น นั่นแสดงว่า อาการผมร่วงอาจเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น ปัญหาเกี่ยวกับฮอร์โมน ความเครียด ผลข้างเคียงจากการใช้ยา การติดเชื้อต่าง ๆ หรือลักษณะที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเส้นผมและหนังศีรษะ เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องผมร่วง ผมบาง ศีรษะล้าน ต้องการรักษาอาการผมบางให้ดีขึ้นอย่างถาวร
ปรึกษาเรื่องผมร่วง ผมบาง หัวล้านได้ที่ Grow & Glow Clinic
หากคุณเริ่มสังเกตเห็นว่าผมร่วงมากกว่า 100 เส้นต่อวัน หรือเริ่มมีร่องแสกผมกว้างขึ้นอย่างชัดเจน เช่น กว้างกว่า 3 เซนติเมตร รวมถึงการซื้ออาหารเสริมมารับประทานเองอาจใช้เวลามาก และพลาดโอกาสในการรักษา
แนะนำให้นัดหมายเข้ามาพบแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการปลูกผม เพื่อทำการตรวจประเมินรากผมด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ หรือเจาะเลือดเพื่อเช็กระดับ Zinc ธาตุเหล็ก และฮอร์โมนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทราบสาเหตุที่แท้จริง หากพบว่ารากผมฝ่อตัวไปมากหรือเป็นปัญหาศีรษะล้านจากกรรมพันธุ์ แพทย์อาจพิจารณาแนะนำแนวทางการรักษาอื่นที่มีประสิทธิภาพกว่า เช่น การทำทรีตเมนต์บำรุงรากผม หรือการปลูกผมเทคนิค DHI ซึ่งเป็นการย้ายเซลล์กราฟจากท้ายทอยมาปลูกในบริเวณที่ออกแบบเฉพาะเคส เพื่อคืนความหนาแน่นและสร้างแนวไรผมที่ดูเป็นธรรมชาติ
Grow & Glow Clinic คลินิกปลูกผม ที่พร้อมให้คำปรึกษาและวิเคราะห์ปัญหาเส้นผมของคุณอย่างละเอียดและตรงไปตรงมา เน้นการให้ข้อมูลทางการแพทย์ที่ถูกต้อง ทุกเคสจะได้รับการดูแลและวางแผนการรักษาโดยแพทย์หญิงภัทรา ภิญโญภาวศุทธิ (หมอเบนซ์) แพทย์ผู้ชำนาญการด้านการปลูกผม ที่ได้รับวุฒิบัตร ISHRS และ American Board of Hair Restoration Surgery (ABHRS) เพื่อให้คุณสามารถร่วมตัดสินใจเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมสำหรับตัวเองมากที่สุด
ปรึกษาปัญหาผมร่วง ผมบาง เพิ่มเติมได้ที่ :
- โทรศัพท์ : 084 501 9989
- LINE ID : @clinicgrowandglow
- Facebook Page : GROW & GLOW Clinic ปลูกผมถาวร